ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ปฏิบัติธรรมบนพระมหาเจดีย์พุทธคยาชั้นสอง ครั้งที่ ๑๘ article

จะไปปฎิบัติธรรมบนพระมหาเจดีย์พุทธคยาชั้นสอง ครั้งที่ ๑๘ 

 ๒๘ พ.ย.ถึง ๑๖ ธ.ค. ๖๑ (๑๙วัน)

 

 ซื้อตั๋วเรียบร้อยแล้วกรุงเทพฯ-พุทธคยาไปกลับ
ราคา 16,800 บาท

 

 พุทธคยามหาสังฆาราม

          เมือง... บำเพ็ญทุกรกิริยา                                     เมือง...ตำรามธุปายาส

          เมือง...ลอยถาดอธิษฐาน                                     เมือง...ศาสดาจารย์ตรัสรู้

เมือง...บรมครูชนะมาร                                        เมือง...อธิษฐานแล้วสำเร็จ

เมือง...๗ สถานอันศักดิ์สิทธิ์                                 เมือง...สถิตพุทธเมตตา

เมือง...ภาวนาใต้โพธิ์ศรี                                       เมือง...มหาเจดีย์สูงเสียดฟ้า

เมือง...ลอยชฎาสามฤาษี                                     เมือง...หรหมโยนีน่าศึกษา

เมือง...เนรัญชรานทีทราย                                     เมือง...น้อมใจ-กายแนบพระธรรม

เมือง...เวรกรรมย้ำชาดก                                      เมือง...สวรรค์บนบก-นรกบนดินฯ

 
 ประวัติศาสตร์พุทธคยา

-            พุทธคยา คือสถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคมห่างจากฝั่งออกไปประมาณ ๒๐๐ เมตร อยู่ด้านทิศตะวันตก บริเวณเป็นที่เนินสูง เพราะเป็นซากของมหาสังฆารามโบราณ ที่นี่เคยเป็นที่พักของพระสงฆ์ถึง ๒,๐๐๐ รูป ล้วนใฝ่ใจในการศึกษา ปฏิปทางดงามตามพระธรรมวินัย  มหาชนศรัทธาเลื่อมใสมาก พระพุทธศาสนา นิกายเถรวาทได้เจริญรุ่งเรืองในดินแดนแถบนี้ถึง พ.ศ.๗๐๐ หลังจากนั้นก็เริ่มอ่อนกำลังลง

-            ท่านพุทธโฆษาจารย์ ได้เล่าว่า ท่านเป็นศิษย์ของพระเรวตะแห่งพุทธคยามหาสังฆราม ได้เดินทางไปแปลพระคัมภีร์พระไตรปิฏกจากภาษาสิงหล  กลับมาเป็นภาษามคธที่เกาะลังกา

-            พุทธคยาเป็นเขตอิทธิพลของพวกฮินดู คยาเกษตร ใช้เป็นที่บูชาถวายบิณฑ์ ๑ ใน ๑๖ แห่ง เป็นสถานที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ใต้ต้นโพธิ์ ที่นี่จึงเรียก “พุทธคยา”

-            ปัจจุบัน เป็นสถานที่อันยิ่งใหญ่มีนักแสวงบุญจากทั่วโลกมาไหว้พระสวดมนต์ตลอดทั้งปี

 
 -            หลังจากพระพุทธองค์ตรัสรู้แล้วจึงได้เสวยวิมุติสุขอยู่ ๗ สัปดาห์ แล้วเสด็จไปเมืองพาราณสี เมื่อมีสาวกมารกขึ้นพระพุทธองค์จึงได้ส่งพระสาวกไปประกาศพระศาสนา ครั้งนั้นพระพุทธองค์ได้เสด็จกลับมาเพื่อโปรดขฏิลสามพี่น้อง พร้อมบริวารจนสำเร็จเป็นพระอรหันต์ จากนั้นพระองค์ก็บำเพ็ญพุทธกิจยังแคว้นต่างๆ จนเข้าสู่การปรินิพพาน

-            พ.ศ.๒๒๘-๒๔๐  พระเจ้าอโศกได้เสด็จมาสักการะ ณ สถานที่ตรัสรู้ ได้สร้างพระสถูปขนาดย่อมๆ เพื่อบูชาและปักเสาศิลาไว้เป็นเครื่องหมาย สร้างพระแท่นวัชรอาสน์นี้ รั่วทำด้วยหินล้อมรอบต้นพระศรีมหาโพธิ์

-            พ.ศ.๖๗๔-๖๙๔ พระเจ้าหุวิชกะ ทรงสร้างเสริมให้เป็นศิลปะต้นแบบเป็นสถูปใหญ่ หลวงจีนถังซัมจั๋ง เรียกว่า “มหาโพธิ์วิหาร”

-            เป็นเจดีย์รูปสี่เหลี่ยม ทรงกรวย ห่างจากต้นโพธิ์ ๒ เมตร มีพระแท่นวัชรอาสน์คั่นกลาง ขนาดสูง ๑๗๐ ฟุต วัดรอบฐานขนาด ๘๕ ฟุตเศษ มี ๒ ชั้น มีเจดีย์บริวารอีก ๔ องค์ ทรงเดียวกับอยู่บนฐานชั้นที่ ๒ สูง ๔๕ฟุต ส่วนชั้นล่างนั้นประดิษฐานพระพุทธเมตตา “ปางมารวิชัย”  สร้างจากหินแกรนิตสีดำ สมัยของปาละอายุประมาณ ๑,๔๐๐ ปีเศษ  ชั้นบนประดิษฐานพระพุทธปฏิมาปางประทานพร สร้างในสมัยเดียวกัน

 
 -            พ.ศ.๙๔๕-๙๕๐ หลวงจีนฟาเหียนเดินทางมาสักการะสถานที่ตรัสรู้และได้พรรณนาถึงความงดงามของพระมหาเจดีย์พุทธคยา เห็นพระสงฆ์เถรวาทและพุทธศาสนิกชนมาสักการะกันอย่างมิขาดสาย

-            พ.ศ. ๑๑๔๕ กษัตริย์รัฐเบงกอล นามสสางกา ได้ประกาศอิสระจากมคธยกทัพมาทำลายพุทธสถานอย่างย่อยยับ

-            พ.ศ. ๑๑๔๕ กษัตริย์ปูรณวรมา ดีทัพเบงกอลแตกแล้วทำการบูรณะซ่อมแซม

-            พ.ศ.๑๔๙๑ อมรเทวพราหมณ์ ปุโรหิตของพระเจ้าวิกรมาทิตย์ แห่งเมืองมัลวาบอกไว้ในหนังสืออมรโฆษว่าออกแบบวิหารโพธิ์ใหม่ให้เป็นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

-            พ.ศ.๑๕๗๘ พม่าส่งคณะช่าง นำโดย ธรรมราชครู เพื่อบูรณะแต่เกิดข้อพิพาทกันกับอินเดีย พม่าเลยต้องหยุดการซ่อมแซม

-            พ.ศ.๑๖๒๒ พม่าส่งช่างชุดที่ ๒ มาฟื้นฟูบูรณะใช้เวลา ๗ ปี เสร็จเมื่อ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ.๑๖๒๙ พุทธคยามีชีวิตกลับมาอีกครึ่งหนึ่ง

 

-            พ.ศ.๑๗๔๓ พระธัมมรักขิตรับทุนจากพระเจ้าอโศกมัลละแห่งแคว้นสิวะสิกะอินเดียมาปฏิสังขรณ์เพิ่มเติมให้ดียิ่งขึ้น

-            พ.ศ.๑๗๖๐ อิสลามกองทัพเติร์กยึดครองมคธรัฐทำลายล้างพุทธสถานทั้งหมด พร้อมยกพุทธคยานี้ให้อยู่ในการดูแลของฮินดูนิกายมหันต์ โดยอ้าง เมื่อ พ.ศ. ๑๗๒๗ จักรพรรดิโมกุนนามมูฮัมหมัดซาห์ ได้มอบพุทธคยา ทั้งหมดเป็นสมบัติของมหันต์องค์ที่สี่ชื่อว่า “ลาลคีรี” จากนั้นพุทธคยาก็ถูกทอดทิ้งหลายร้อยปีไม่มีการบูรณะ มีชาวพุทธมาสักการะเพียงเล็กน้อย

-            พ.ศ.๒๑๓๓ พุทธคยามหาสังฆราช ถูกมุสลิมคุกคามถูกพวกพราหมณ์รังแก ในที่สุดหลุดจากมือขาวพุทธอย่างเด็ดขาดตกอยู่ในความคุ้มครองของนักบวชมหันต์นิกายทัสนามิสัยาสีที่ชื่อโคสายฆมันดีร์คีรี

-            พ.ศ.๒๑๓๕ อังกฤษยึดครองอินเดีย

-            พ.ศ. ๒๓๕๔ พระเจ้าแผ่นดินพม่าเสด็จมาเห็น จึงได้ส่งทูตมาเจรจาขอบูรณะ ตามบันทึกของ ดร.บุคานัน แฮมินตัน บอกว่าพุทธคยาอยู่ในสภาพย่อยยับไม่ได้รับการดูแล

 

 

 

 -            พ.ศ.๒๔๑๗ พระเจ้ามินดงเจรจาผ่านรัฐบาลอินเดียซึ่งเป็นของอังกฤษแล้ว อังกฤษส่งคนมาช่วย ๒ นาย เพื่อกำกับคือ “อเล็กซานเดอร์ คันนิ่งแฮม กับ ดร. ราเชนทร ลาลมิตระ”

-            พ.ศ. ๒๔๑๙ พม่าเกิดสงครามกับอังกฤษงานบูรณะจึงต้องหยุด

-            พ.ศ. ๒๔๒๓ เชอร์อเล็กซานเดอร์  ดร.ราเชนทร  เซอร์อีแดน  แต่งตั้งให้นาย เจ ดี เบคลาร์ ทำการปฏิสังขรณ์  เสร็จในปี พ.ศ.๒๔๒๗  (๔ ปี)

-            พ.ศ. ๒๔๓๓ ท่านเชอร์ เอ็ดวิน อาร์โนลด์  ฝรั่งอังกฤษชาวพุทธได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า “The Light of Asia

-            พ.ศ.๒๔๓๔ อนาคาริกธัมมปาละ ชาวศรีลังกามากราบพุทธคยาเกิดศรัทธาปรารถนาเรียกร้องสิทธิของความเป็นเจ้าของพุทธคยา ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๓๔ ได้ประชุมชาวพุทธสากลที่พุทธคยา มีพม่า, ลังกา,จีน, ญี่ปุ่น และญี่ปุ่นได้ประกาศว่าจะหาเงินมาซื้อพุทธคยาคืน อังกฤษระแวงญี่ปุ่นเพราะเพิ่งรบชนะรัสเซียจึงไม่ยอมให้ครอบครองจึงเกิดขบวนการกอบกู้พุทธคยา (แม็กมึล, เอ็ดวินฯ, วิลเลี่ยม, พ.ศ.โอลคอตต์) ออกปราศรัยที่ พม่า - อังกฤษ – สิงคโปร์ – ไทย – ลังกา หาผู้สนับสนุน

-            พ.ศ.๒๔๓๖ อนาคาริกธัมมปาละ กลับมาพุทธคยาพร้อมกับ โอลคอตต์ และ MR.เอดช์  นักเทววิทยาได้เห็นพระ ๔ รูป ถูกพวกมหันต์ทุบตีเกือบตาย ซ้ำร้ายเขายังกีดกันมิให้พวกธรรมยาตราเข้าสักการะพุทธคยา

 -            พ.ศ.๒๔๓๘ ชาวพุทธขอนำพระพุทธรูปอายุ ๗๐๐ ปี เข้าไปประดิษฐานแต่พวกมหันต์ก็ไม่เห็นด้วย อ้างว่า “พระพุทธเจ้าเป็นเพียงอวตารปางที่ ๙ ของพระนารายณ์”

-            พ.ศ.๒๔๔๕ มีความเคลื่อนไหวทั่วโลก โดยเอดวิน อาร์โนล, ดร.ริดเดวิค, ศ.แม็กมีลเลอร์  ชาวพุทธเริ่มมีพลัง พวกมหันต์เพิ่มความรังเกียจชาวพุทธมากขึ้น

-            พ.ศ.๒๔๖๗ ชาวพุทธพม่า, ลังกา, เนปาล ร้องเรียนรัฐบาลพรรคคองเกรสส์ตั้งคณะกรรมธิการขึ้นพิจารณา โดยมี ดร.ราเชนทร์ ประสาท (ประธานาธิบดีเป็นประธาน) ตั้งกรรมการชาวพุทธ ๕ คน ฮินดู ๕ คน ดูแลพุทธคยา โดยออกกฎหมายบังคับ

 

 §  ความเห็นของ มหาตมคานธี คือ “วิหารพุทธคยาขึ้นควรเป็นสมบัติของชาวพุทธโดยชอบธรรมการนำสัตว์ไปฆ่าทำพลีกรรมในวิหามหาโพธิ์ไม่สมควร เพราะล่วงละเมิดต่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธศาสนา เป็นการประทุษร้ายต่อจิตใจของชาวพุทธทั่วไป”

 

 §  ความเห็นของ ระพินทรนาถฐากูร คือ “ที่ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณนี้จะตกอยู่ในความดูแลของศาสนาอื่นไม่ได้  เพราะศาสนาอื่นไม่เกี่ยวข้องอะไรและไม่มีเยื้อใยอะไรต่อพระพุทธศาสนา

 -            พ.ศ. ๒๔๙๐ อินเดียเป็นเอกราชจากอังกฤษ มหาโพธิ์สมาคมรบเร้าสิทธิพุทธคยา

-            พ.ศ. ๒๔๙๑ ดร.ศรีกฤษณะ ซิงห์ นายกรัฐมนตรีพิหาร ได้เสนอให้ร่างรัฐบัญญัติวหารพุทธคยา

-            พ.ศ. ๒๔๙๒ เดือนพฤษภาคม จัดตั้งคณะกรรมการดูแล ๙ คน มีผู้ว่าจังหวัดคยาเป็นประธาน และมีกรรมการ ๘ คน เป็นชาวพุทธ ๔ คน ฮินดู ๔ คน

-            พ.ศ. ๒๔๙๖ นายกรัฐมนตรีพม่ามาเยือน พวกมหัสต์บอกว่าได้ยกพุทธคยาให้ชาวพุทธ

-            พ.ศ. ๒๕๓๐ ภิกษุไซไซ ชาวญี่ปุ่นนำชาวพุทธจากนาคปูร์ ในรัฐมหารชตะเรียกร้องให้นำศพมหันต์ที่ฝังไว้และปัญจปาณฑปพร้อมศิวลึงค์ที่กลางวิหารออกไปที่อื่น

-            พ.ศ.๒๔๙๙ บูรณะเล็กน้อยเพื่อฉลองพุทธคยาชยันตีพุทธศาสนาอายุ ๒๕๐๐ ปี

-            พ.ศ. ๒๕๑๒ พระสุเมธาธิบดี ได้นำพุทธบริษัทชาวไทยประดับไฟแสงจันทร์

-            พ.ศ.๒๕๑๙ พุทธบริษัทชาวไทย สร้างกำแพงแก้ว ๘๐ ช่อง ซุ้มประตูแบบอโศก ๒ ซุ้ม เสร็จในปี ๒๕๒๐

-            พ.ศ.๒๕๓๑ ชาวพุทธเนปาลปูหินอ่อน

 

 

 

 สิ่งสำคัญที่พุทธคยาสถานที่ตรัสรู้

          ๑. พระมหาเจดีย์พุทธคยา สูง ๑๗๐ ฟุต วัดรอบฐาน ๘๕ เมตรเศษ เป็นเจดีย์ ๒ ชั้น มีเจดีย์รอบฐาน ๔ องค์ สูง ๔๕ ฟุต ขั้นบนประดิษฐาน พระปางประทานพร ส่วนชั้นล่าง ประดิษฐานพระปางมารวิชัยหรือพระพุทธเมตตา อายุ ๑,๔๐๐ ปีเศษ

          ๒. ต้นพระศรีมหาโพธิ์ (โพธิบัลลังก์) ปัจจุบันเป็นต้นที่ ๔ ปลูกเมื่อ พ.ศ.๒๔๒๓  ปัจจุบันอายุได้......ปี (เอาปีปัจจุบันลบด้วย ๒๔๒๓)  ที่อธิษฐานปลูกโดย “คันนิ่งแฮม”

                    ๒.๑ ต้นที่ ๑ เป็นสหชาติเกิดพร้อมกับพระพุทธเจ้า มีอายุได้ ๓๕๒ ปี สาเหตุหมดอายุ เพราะพระชายาของพระเจ้าอโศกให้หญิงสาวใช้มาทำลาย

                    ๒.๒ ต้นที่ ๒ เกิดจากแรงอธิษฐานของพระเจ้าอโศกมหาราช อายุได้ ๘๙๑ ปี ถูกกษัตริย์ศสางกา สั่งทหารทำลายประมาณปี พ.ศ. ๑๑๐๐ เศษ

                    ๒.๓ ต้นที่ ๓ เกิดจากแรงอธิษฐานของกษัตริย์ปูรณะวรมา มีอายุประมาณ ๑,๒๕๘ ปี หมดอายุขัยเอง

 
 ๓. พระแท่นวัชรอาสน์ พระเจ้าอโศกสร้างแทนรัตนบัลลังก์ เมื่อ พ.ศ.๒๓๘ เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแกะสลักจากหินทราย มีขนาดยาว ๗ ฟุต ๖ นิ้ว และกว้าง ๔ ฟุต ๑๐ นิ้ว หนา ๑ ฟุต ๖ นิ้ว ส่วนด้านบนจะแกะสลักเหมือนหัวแหวนเพชร  ด้านข้างมีดอกบัว หงส์ และดอกมณฑารพ

๔. อนิมิสสเจดีย์ คือ สถานที่เสวยวิมุติสุขสัปดาห์ที่ ๒ เป็นเจดีย์สีขาวอยู่ทางทิศตะวันออกของต้นโพธิ์

๕. รัตนจงกรมเจดีย์ คือ สถานที่เสวยวิมุติสุข สัปดาห์ที่ ๓ อยู่ทางทิศเหนือ เป็นหินทรายแกะสลักเป็นดอกบัวบาน ๑๙ ดอก

๖. รัตนฆรเจดีย์ คือ สถานที่เสวยวิมุติสัปดาห์ที่ ๔ เป็นวิหารสี่เหลี่ยมไม่มีหลังคา พระพุทธองค์ทรงนั่งขัดสมาชิกเพชร  พิจารณาพระอภิธรรมปิฎก และสมันตปัฏฐานอนันตนัย

 
 ๗. อชปาลนิโครธเจดีย์ คือ สถานที่เสวยวิมุติสุขสัปดาห์ที่ ๕ อยู่ระหว่าง แม่น้ำโมหะนีกับแม่น้ำเนรัญชราเป็นที่รับข้าวมธุปายาสจากนางสุชาดา ที่พิจารณาบุคคลเหมือนอุบล ๔ เหล่า ที่ท้าวสหัมบดีพรหมอารมธนาแสดงธรรม ที่นางมารมาเล้าโลมพระพุทธเจ้า

๘. พระมุจลินทร์ คือ สถานที่เสวยวิมุติสุขสัปดาห์ที่ ๖ เกิดพายุฝนตลอด ๗ วัน พญามุจลินทร์นาคราชได้ถวายอารักขา พระพุทธองค์ทรงเปล่งอุทานว่า “ความสงัดเป็นสุขของบุคคลผู้สินโดษ ผู้มีธรรมปรากฏแล้ว ผู้เห็นอยู่ ความไม่เบียดเบียน คือความสำรวมในสัตว์ทั้งหลาย เป็นสุขในโลก”

๙. ต้นราชายตนะ คือ สถานที่เสวยวิมุติสุขสัปดาห์ที่ ๗ พานิช ๒ พี่น้อง คือ “ตปุสสะและภัลลิกะ” จากอุกกลชนบทได้ถวายสัตตุชนิดผงและชนิดก้อน ท้าวเทวราชทั้ง ๔ นำบาตรศิลามาถวายให้รับ พานิช ๒ พี่น้องประกาศตนเป็นอุบาสกผู้ถึงรัตนะสอง คือ “พระพุทธกับพระธรรม” เป็นสรณะ

ในอรรถกถาพระวินัยปิฏก มหาวรรค กล่าวว่า พระพุทธองค์ ทรงลูบพระเศียร เส้นพระเกศาติดที่พระหัตถ์ทรงมอบให้พานิช ๒ พี่น้อง นำพระเกศาธาตุไปประดิษฐานไว้ในเจดีย์ในนครของตน

ต่อมาทั้ง ๒ ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าที่เมืองราชคฤห์ฟังธรรมและบรรลุเป้นพระโสดาบัน ตปุสสะอยู่เป็นอุบาสกภัลลิกะบวชได้บรรลุดรหัสต์พร้อามอภิญญา ๖ ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ผู้เลิศกว่าอุบาสกผู้ถึงรัตนะก่อนผู้ใด”

 

๑๐. พระพุทธเมตตา เป็นพระปฏิมากร สร้างด้วยหินแกรนิตสีดำ  สมัยปาละ ปางมารวิชัย อายุกว่า ๑,๔๐๐ ปี เป็นพระปฏิมาที่คนทุกศาสนามาสักการะด้วยความศรัทธา

๑๑. แม่น้ำเนรัญชรา ห่างจากต้นพระศรีมหาโพธิ์มาทางตะวันออกประมาณ ๒๐๐ เมตร อยู่กลางหมู่บ้าน

๑๒. บ้านนางสุชาดา อยู่ห่างจากแม่น้ำเนรัญชราประมาณ ๒๐๐ เมตร  อยู่กลางหมู่บ้าน

๑๓. ท่าสุปปติฏฐะ คือ สถานที่ลอยถาดอธิฐาน รับหญ้ากุสะจากโสตถิยมานพ และเสวยข้าวมธุปายาสก่อนตรัสรู้

๑๔. คงคสิริเขาบำเพ็ญเพียร คือ สถานที่บำเพ็ญทุกรกิริยาของพระมหาบุรุษ ห่างจากพุทธคยาประมาณ ๗-๙ กิโลเมตร ปัจจุบันรถยนต์สามารถส่งถึงเชิงเขาแล้ว

๑๕. คยาสีสประเทศ  พุทธกาล คือ เขาคยาสีสะ ปัจจุบันเรียกว่า “พรหมโยนี” เป็นสถานที่แสดงอาทิตตปริยายสูตร ที่เทวทัตต์ก่อการปฏิวัติพระศาสดาแล้วมาตั้งสำนักที่นี่

๑๖. อาศรมชฎิล คือสถานที่พักของอุลุเวลกัสสปะ พระศาสดาได้ทรงทรมานจนละทิฏฐิพร้อมน้อง คือ นทีกัสสปะและคยากัสสปะ รวมทั้งบริวาร ๑,๐๐๐ บวชในพระพุทธศาสนา

๑๗. วัดไทยพุทธคยา ได้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ สมัยจอมพล ป.พิบูลย์สงคราม นามเจ้าอาวาส คือ สมเด็จพระธีรญาณ, พระสุเมธาธิบดี  และปัจจุบัน คือ พระเทพโพธิวิเทศ

 
 สาระธรรมสำคัญ

๑. ปฎิจจสมุปบาท                          ๔. พระญาณ ๓ แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า

๒. อาทิตตปริยายสูตร                     ๕. ปฐมพุทธวจนะ

๓. พุทธอุทาน                               ๖. บุคคลเปรียบด้วยดอกบัวสี่เหล่า

 

 

 

 

 

 

ราคาตั๋วไป-กลับกรุงเทพฯ พุทธคยาราคา 16,800 บาท

วัดพุทธนานาชาติ

  ๑. วัดญี่ปุ่น               ๒. วัดธิเบต               ๓. วัดภูฎาน

 

 

วัดญี่ปุ่น

       สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๓  แบ่งเป็น ๒ โซน คือ เขตพุทธาวาส และเขตสังฆาวาส เขตพุทธาวาส มีหลวงพ่อไดโจบุตซึ สูง ๘๐ ฟุต  วัดจากฐานถึงพระบาทได้ ๒๔ ฟุต จากฐานชุกชีถึงพระเศียรได้ ๕๖ ฟุตเขตสังฆาวาส เรียกไดจอกเจียว ทั้งหมดสร้าง ๔ ปี เสร็จ สร้างด้วยหินทรายแดงจากเมืองจูน่า หินอ่อนจากเมืองชัยปูร์ รอบหลวงพ่อได้โจบุดซี มีพระอรหันต์ ๑๐ ทิศ คือ  ๑. พระอานนท์ ๒. พระสารีบุตร ๓. พระปุณณมันตานีบุตร ๔. พระมหากัจจายนะ ๕. พระราหุล ๖. พระสูภูติ ๗. พระอุบาลี ๘. พระมหาโมคคัลลานะ ๙ พระอนุรุทธะ ๑๐. พรามหากัสสปะ

 

วัดทิเบต

          สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๒-๒๕๒๓ ธิเบต มีละมะ ๔ นิกายคือ

          ๑. นิกายนิงมะ สามหมวกแดง เกิดปี พ.ศ.๑๓๖๓ สำนักงานใหญ่อยู่ที่ไบเลาคุมเบ มีท่านออลิมบูเซ่ เป็นประมุขนิกาย สามารถไว้ผมยาวและหนวดเคราได้

          ๒. นิกายศักยะ สวมหมวดสีน้ำเงิน เกิดปี พ.ศ.๑๕๗๘ สำนักงานใหญ่อยู่ที่ดุลหาโหตรัง ราชปูร์ ปูนสุดโฟตรัง สหรัฐอเมริกา มีนควัง กุนคา เตเคเฮน ลิมปูเช่ เป็นประมุข  สามารถมีครอบครัวได้

          ๓. นิกายกายุค สวมหมวดสีดำ เกิดปี พ.ศ. ๑๕๙๓ สำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองรุมเต็ก รัฐสิขิม มีอูเป็นดอร์เลย์  โดเจ การมาปะ องค์ที่ ๑๗ เป็นประมุข

          ๔. นิกายเกลุค สวมหมวดสีเหลือง เกิดปี พ.ศ.๑๙๒๘ สำนักงานใหญ่อยู่ที่ธรรมศาลา หิวันตประเทศ มีองค์ดาไลลามะเป็นประมุข องค์ที่ ๑๔

 

วัดภูฎาน

          สร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๖ พระมหากษัตริย์เป็นประมุข ทั้งฝ่ายอาณาจักรและศาสนจักร ปัจจุบัน ท่านจิกมี่ วังจุก เป็นประมุข

 

คำอธิษฐาน ณ พระมหาเจดีย์พุทธยา

      ข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมตั้งจิตอธิฐาน ด้วยอำนาจบุญกุศลที่ได้จาริกมาบูชาสักการะ สถานที่ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในวันนี้ ขอจงเป็นบารมี เป็นพลวปัจจัย เป็นอุปนิสัยตามส่ง ให้เกิดปัญญาณ มีความรู้แจ้งเห็นจริง ทั้งในชาตินี้และชาติหน้า ตลอดชาติอย่างยิ่ง จนถึงความพ้นทุกข์ ห