ReadyPlanet.com
dot dot
dot
เทียนเต็ก ซินแส ปฏิบัติธรรมบนพระมหาเจดีย์พุทธคยาชั้นสอง ครั้งที่ ๑๘ (คริก)

จะไปปฎิบัติธรรมบนพระมหาเจดีย์พุทธคยาชั้นสอง ครั้งที่ ๑๘ 

 ๒๘ พ.ย.ถึง ๑๖ ธ.ค. ๖๑ (๑๙วัน)

 

  ซื้อตั๋วเรียบร้อยแล้วกรุงเทพฯ-พุทธคยาไปกลับ

ราคา 16,800 บาท

 

 พุทธคยามหาสังฆาราม

          เมือง... บำเพ็ญทุกรกิริยา                                     เมือง...ตำรามธุปายาส

          เมือง...ลอยถาดอธิษฐาน                                     เมือง...ศาสดาจารย์ตรัสรู้

เมือง...บรมครูชนะมาร                                        เมือง...อธิษฐานแล้วสำเร็จ

เมือง...๗ สถานอันศักดิ์สิทธิ์                                 เมือง...สถิตพุทธเมตตา

เมือง...ภาวนาใต้โพธิ์ศรี                                       เมือง...มหาเจดีย์สูงเสียดฟ้า

เมือง...ลอยชฎาสามฤาษี                                     เมือง...หรหมโยนีน่าศึกษา

เมือง...เนรัญชรานทีทราย                                     เมือง...น้อมใจ-กายแนบพระธรรม

เมือง...เวรกรรมย้ำชาดก                                      เมือง...สวรรค์บนบก-นรกบนดินฯ

 
 ประวัติศาสตร์พุทธคยา

-            พุทธคยา คือสถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคมห่างจากฝั่งออกไปประมาณ ๒๐๐ เมตร อยู่ด้านทิศตะวันตก บริเวณเป็นที่เนินสูง เพราะเป็นซากของมหาสังฆารามโบราณ ที่นี่เคยเป็นที่พักของพระสงฆ์ถึง ๒,๐๐๐ รูป ล้วนใฝ่ใจในการศึกษา ปฏิปทางดงามตามพระธรรมวินัย  มหาชนศรัทธาเลื่อมใสมาก พระพุทธศาสนา นิกายเถรวาทได้เจริญรุ่งเรืองในดินแดนแถบนี้ถึง พ.ศ.๗๐๐ หลังจากนั้นก็เริ่มอ่อนกำลังลง

-            ท่านพุทธโฆษาจารย์ ได้เล่าว่า ท่านเป็นศิษย์ของพระเรวตะแห่งพุทธคยามหาสังฆราม ได้เดินทางไปแปลพระคัมภีร์พระไตรปิฏกจากภาษาสิงหล  กลับมาเป็นภาษามคธที่เกาะลังกา

-            พุทธคยาเป็นเขตอิทธิพลของพวกฮินดู คยาเกษตร ใช้เป็นที่บูชาถวายบิณฑ์ ๑ ใน ๑๖ แห่ง เป็นสถานที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ใต้ต้นโพธิ์ ที่นี่จึงเรียก “พุทธคยา”

-            ปัจจุบัน เป็นสถานที่อันยิ่งใหญ่มีนักแสวงบุญจากทั่วโลกมาไหว้พระสวดมนต์ตลอดทั้งปี

 
 -            หลังจากพระพุทธองค์ตรัสรู้แล้วจึงได้เสวยวิมุติสุขอยู่ ๗ สัปดาห์ แล้วเสด็จไปเมืองพาราณสี เมื่อมีสาวกมารกขึ้นพระพุทธองค์จึงได้ส่งพระสาวกไปประกาศพระศาสนา ครั้งนั้นพระพุทธองค์ได้เสด็จกลับมาเพื่อโปรดขฏิลสามพี่น้อง พร้อมบริวารจนสำเร็จเป็นพระอรหันต์ จากนั้นพระองค์ก็บำเพ็ญพุทธกิจยังแคว้นต่างๆ จนเข้าสู่การปรินิพพาน

-            พ.ศ.๒๒๘-๒๔๐  พระเจ้าอโศกได้เสด็จมาสักการะ ณ สถานที่ตรัสรู้ ได้สร้างพระสถูปขนาดย่อมๆ เพื่อบูชาและปักเสาศิลาไว้เป็นเครื่องหมาย สร้างพระแท่นวัชรอาสน์นี้ รั่วทำด้วยหินล้อมรอบต้นพระศรีมหาโพธิ์

-            พ.ศ.๖๗๔-๖๙๔ พระเจ้าหุวิชกะ ทรงสร้างเสริมให้เป็นศิลปะต้นแบบเป็นสถูปใหญ่ หลวงจีนถังซัมจั๋ง เรียกว่า “มหาโพธิ์วิหาร”

-            เป็นเจดีย์รูปสี่เหลี่ยม ทรงกรวย ห่างจากต้นโพธิ์ ๒ เมตร มีพระแท่นวัชรอาสน์คั่นกลาง ขนาดสูง ๑๗๐ ฟุต วัดรอบฐานขนาด ๘๕ ฟุตเศษ มี ๒ ชั้น มีเจดีย์บริวารอีก ๔ องค์ ทรงเดียวกับอยู่บนฐานชั้นที่ ๒ สูง ๔๕ฟุต ส่วนชั้นล่างนั้นประดิษฐานพระพุทธเมตตา “ปางมารวิชัย”  สร้างจากหินแกรนิตสีดำ สมัยของปาละอายุประมาณ ๑,๔๐๐ ปีเศษ  ชั้นบนประดิษฐานพระพุทธปฏิมาปางประทานพร สร้างในสมัยเดียวกัน

 
 -            พ.ศ.๙๔๕-๙๕๐ หลวงจีนฟาเหียนเดินทางมาสักการะสถานที่ตรัสรู้และได้พรรณนาถึงความงดงามของพระมหาเจดีย์พุทธคยา เห็นพระสงฆ์เถรวาทและพุทธศาสนิกชนมาสักการะกันอย่างมิขาดสาย

-            พ.ศ. ๑๑๔๕ กษัตริย์รัฐเบงกอล นามสสางกา ได้ประกาศอิสระจากมคธยกทัพมาทำลายพุทธสถานอย่างย่อยยับ

-            พ.ศ. ๑๑๔๕ กษัตริย์ปูรณวรมา ดีทัพเบงกอลแตกแล้วทำการบูรณะซ่อมแซม

-            พ.ศ.๑๔๙๑ อมรเทวพราหมณ์ ปุโรหิตของพระเจ้าวิกรมาทิตย์ แห่งเมืองมัลวาบอกไว้ในหนังสืออมรโฆษว่าออกแบบวิหารโพธิ์ใหม่ให้เป็นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

-            พ.ศ.๑๕๗๘ พม่าส่งคณะช่าง นำโดย ธรรมราชครู เพื่อบูรณะแต่เกิดข้อพิพาทกันกับอินเดีย พม่าเลยต้องหยุดการซ่อมแซม

-            พ.ศ.๑๖๒๒ พม่าส่งช่างชุดที่ ๒ มาฟื้นฟูบูรณะใช้เวลา ๗ ปี เสร็จเมื่อ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ.๑๖๒๙ พุทธคยามีชีวิตกลับมาอีกครึ่งหนึ่ง

 

-            พ.ศ.๑๗๔๓ พระธัมมรักขิตรับทุนจากพระเจ้าอโศกมัลละแห่งแคว้นสิวะสิกะอินเดียมาปฏิสังขรณ์เพิ่มเติมให้ดียิ่งขึ้น

-            พ.ศ.๑๗๖๐ อิสลามกองทัพเติร์กยึดครองมคธรัฐทำลายล้างพุทธสถานทั้งหมด พร้อมยกพุทธคยานี้ให้อยู่ในการดูแลของฮินดูนิกายมหันต์ โดยอ้าง เมื่อ พ.ศ. ๑๗๒๗ จักรพรรดิโมกุนนามมูฮัมหมัดซาห์ ได้มอบพุทธคยา ทั้งหมดเป็นสมบัติของมหันต์องค์ที่สี่ชื่อว่า “ลาลคีรี” จากนั้นพุทธคยาก็ถูกทอดทิ้งหลายร้อยปีไม่มีการบูรณะ มีชาวพุทธมาสักการะเพียงเล็กน้อย

-            พ.ศ.๒๑๓๓ พุทธคยามหาสังฆราช ถูกมุสลิมคุกคามถูกพวกพราหมณ์รังแก ในที่สุดหลุดจากมือขาวพุทธอย่างเด็ดขาดตกอยู่ในความคุ้มครองของนักบวชมหันต์นิกายทัสนามิสัยาสีที่ชื่อโคสายฆมันดีร์คีรี

-            พ.ศ.๒๑๓๕ อังกฤษยึดครองอินเดีย

-            พ.ศ. ๒๓๕๔ พระเจ้าแผ่นดินพม่าเสด็จมาเห็น จึงได้ส่งทูตมาเจรจาขอบูรณะ ตามบันทึกของ ดร.บุคานัน แฮมินตัน บอกว่าพุทธคยาอยู่ในสภาพย่อยยับไม่ได้รับการดูแล

 

 

 

 -            พ.ศ.๒๔๑๗ พระเจ้ามินดงเจรจาผ่านรัฐบาลอินเดียซึ่งเป็นของอังกฤษแล้ว อังกฤษส่งคนมาช่วย ๒ นาย เพื่อกำกับคือ “อเล็กซานเดอร์ คันนิ่งแฮม กับ ดร. ราเชนทร ลาลมิตระ”

-            พ.ศ. ๒๔๑๙ พม่าเกิดสงครามกับอังกฤษงานบูรณะจึงต้องหยุด

-            พ.ศ. ๒๔๒๓ เชอร์อเล็กซานเดอร์  ดร.ราเชนทร  เซอร์อีแดน  แต่งตั้งให้นาย เจ ดี เบคลาร์ ทำการปฏิสังขรณ์