ReadyPlanet.com
dot dot
dot
เทียนเต็ก ซินแส ปฏิบัติธรรมบนพระมหาเจดีย์พุทธคยาชั้นสอง ครั้งที่ ๑๗ (คริก)

ปฏิบัติธรรมบนพระมหาเจดีย์พุทธคยาชั้นสอง ครั้งที่๑๗ 
๒๐ ก.พ. - ๑๙ มี.ค. ๖๑

 

 

 
ขออนุโมทนามหาบุญกุศลที่ทุกๆท่านได้ร่วมเสียสละทรัพย์ตามกำลังศรัทธาบริจาคบูรณะซ่อมแซ่มทาสีและติดตั้งลำโพงเสียงเพิ่มขึ้นในพระมหาเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย ที่ๆพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เป็นหนึ่งใน4สถานสำคัญยิ่งสำหรับชาวพุทธศาสนา  บัดนี้งานทั้งหมดได้สำเร็จลุล่วงครบบริบูรณ์ดังที่ได้ตั้งเจตนารมณ์ทุกประการ ในจำนวนงบประมาณทั้งหมดกว่า 260,000 บาท  ขอผลบุญกุศลที่เกิดขึ้นจากการบำเพ็ญครั้งนี้ก็ขอให้ทุกๆท่านเจริญด้วย สุขขะ พละ อายุ วรรณะ ปฎิพานธนสารสมบัติ ตามความพึงปราถนาของทุกท่านทุกคนเถิด  ขออนุโมทนาอีกครั้ง เทียนเต็ก ซินแส

22 มี.ค. 61

 

 

 นำบุญใหญ่มาฝากครับ 


พวกเราทุกท่านร่วมกันเป็นเจ้าภาพสร้างพระพุทธรูป ขนาดสูง 36 นิ้ว จำนวน 12 องค์  เพื่อนำไปประดิษฐานไว้ที่หมู่บ้านชาวพุทธ จำนวน 12 หมู่บ้าน เพื่อให้ชาวอินเดียในชนบทห่างไกลได้มีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ 
โดยพระอาจารย์วีชิตพงษ์ พระธรรมทูตจะเป็นผู้ดำเนินการส่งมอบให้แก่ทางหมู่บ้านตามตัวอย่างภาพที่แนบมาด้วยครับ

โปรดอ่านรายละเอียดที่แนบมาข้างล่างนี้ด้วยนะครับ

ป.ล. ไม่ต้องโอนเงินมาให้ผมแล้วนะครับ 
เงินน้อยเงินมาก 
ไม่สำคัญเท่าความตั้งใจที่จะร่วมบุญกับผม

ขอให้ผลบุญที่เราได้ร่วมกันเกิดในครั้งนี้ จงทำให้ทุกท่านและครอบครัวสมปรารถนาและผ่านพ้นเรื่องราวต่างๆไปด้วยดีนะครับ. ขอบพระคุณทุกท่านนะครับ. 

    สุขสันต์ครับสุขสรรค์  
 
      26 มีนาคม 2561
 
 
 
 
  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  
"ธรรมก็ดี  วินัยก็ดี  ที่เราได้แสดงไว้  และบัญญัติไว้ดีแล้ว  
นั่นแหละ  จักเป็นพระศาสดาของพวกท่านสืบแทนเราตถาคต  
เมื่อเราล่วงไปแล้ว" 
 พุทธคยามหาสังฆาราม

          เมือง... บำเพ็ญทุกรกิริยา                                     เมือง...ตำรามธุปายาส

          เมือง...ลอยถาดอธิษฐาน                                     เมือง...ศาสดาจารย์ตรัสรู้

เมือง...บรมครูชนะมาร                                        เมือง...อธิษฐานแล้วสำเร็จ

เมือง...๗ สถานอันศักดิ์สิทธิ์                                 เมือง...สถิตพุทธเมตตา

เมือง...ภาวนาใต้โพธิ์ศรี                                       เมือง...มหาเจดีย์สูงเสียดฟ้า

เมือง...ลอยชฎาสามฤาษี                                     เมือง...หรหมโยนีน่าศึกษา

เมือง...เนรัญชรานทีทราย                                     เมือง...น้อมใจ-กายแนบพระธรรม

เมือง...เวรกรรมย้ำชาดก                                      เมือง...สวรรค์บนบก-นรกบนดินฯ

 
 
 
 
 
 
นำบุญมาฝากครั้งที่ 3 ครับ
วันนี้ได้ไปถวายพระพุทธรูปที่วัดศากกะยะมุนี ที่ตำบล สะสารามอีกครั้ง
ที่นี่ถือว่าเป็นวัดศูนย์กลางชุมชนคนอินเดียที่นับถือศาสนาพุทธ เพราะเมื่อมีพิธีทางศาสนา จะมีคนมาร่วมถึงประมาณ 2,000 กว่าคน และเป็นที่สอนให้ชาวบ้านหันมานับถือศาสนาพุทธ. พระอาจารย์วิชิตพงษ์  พระธรรมทูต ท่านได้โปรดแนะนำครับ
ขอความเป็นมงคลในครั้งนี้ จงมีแต่ทุกท่านและครอบครัว สาธุครับ

 

 ประวัติศาสตร์พุทธคยา

-            พุทธคยา คือสถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคมห่างจากฝั่งออกไปประมาณ ๒๐๐ เมตร อยู่ด้านทิศตะวันตก บริเวณเป็นที่เนินสูง เพราะเป็นซากของมหาสังฆารามโบราณ ที่นี่เคยเป็นที่พักของพระสงฆ์ถึง ๒,๐๐๐ รูป ล้วนใฝ่ใจในการศึกษา ปฏิปทางดงามตามพระธรรมวินัย  มหาชนศรัทธาเลื่อมใสมาก พระพุทธศาสนา นิกายเถรวาทได้เจริญรุ่งเรืองในดินแดนแถบนี้ถึง พ.ศ.๗๐๐ หลังจากนั้นก็เริ่มอ่อนกำลังลง

-            ท่านพุทธโฆษาจารย์ ได้เล่าว่า ท่านเป็นศิษย์ของพระเรวตะแห่งพุทธคยามหาสังฆราม ได้เดินทางไปแปลพระคัมภีร์พระไตรปิฏกจากภาษาสิงหล  กลับมาเป็นภาษามคธที่เกาะลังกา

-            พุทธคยาเป็นเขตอิทธิพลของพวกฮินดู คยาเกษตร ใช้เป็นที่บูชาถวายบิณฑ์ ๑ ใน ๑๖ แห่ง เป็นสถานที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ใต้ต้นโพธิ์ ที่นี่จึงเรียก “พุทธคยา”

 
 -            ปัจจุบัน เป็นสถานที่อันยิ่งใหญ่มีนักแสวงบุญจากทั่วโลกมาไหว้พระสวดมนต์ตลอดทั้งปี

-            หลังจากพระพุทธองค์ตรัสรู้แล้วจึงได้เสวยวิมุติสุขอยู่ ๗ สัปดาห์ แล้วเสด็จไปเมืองพาราณสี เมื่อมีสาวกมารกขึ้นพระพุทธองค์จึงได้ส่งพระสาวกไปประกาศพระศาสนา ครั้งนั้นพระพุทธองค์ได้เสด็จกลับมาเพื่อโปรดขฏิลสามพี่น้อง พร้อมบริวารจนสำเร็จเป็นพระอรหันต์ จากนั้นพระองค์ก็บำเพ็ญพุทธกิจยังแคว้นต่างๆ จนเข้าสู่การปรินิพพาน

-            พ.ศ.๒๒๘-๒๔๐  พระเจ้าอโศกได้เสด็จมาสักการะ ณ สถานที่ตรัสรู้ ได้สร้างพระสถูปขนาดย่อมๆ เพื่อบูชาและปักเสาศิลาไว้เป็นเครื่องหมาย สร้างพระแท่นวัชรอาสน์นี้ รั่วทำด้วยหินล้อมรอบต้นพระศรีมหาโพธิ์

-            พ.ศ.๖๗๔-๖๙๔ พระเจ้าหุวิชกะ ทรงสร้างเสริมให้เป็นศิลปะต้นแบบเป็นสถูปใหญ่ หลวงจีนถังซัมจั๋ง เรียกว่า “มหาโพธิ์วิหาร”

 
 -            เป็นเจดีย์รูปสี่เหลี่ยม ทรงกรวย ห่างจากต้นโพธิ์ ๒ เมตร มีพระแท่นวัชรอาสน์คั่นกลาง ขนาดสูง ๑๗๐ ฟุต วัดรอบฐานขนาด ๘๕ ฟุตเศษ มี ๒ ชั้น มีเจดีย์บริวารอีก ๔ องค์ ทรงเดียวกับอยู่บนฐานชั้นที่ ๒ สูง ๔๕ฟุต ส่วนชั้นล่างนั้นประดิษฐานพระพุทธเมตตา “ปางมารวิชัย”  สร้างจากหินแกรนิตสีดำ สมัยของปาละอายุประมาณ ๑,๔๐๐ ปีเศษ  ชั้นบนประดิษฐานพระพุทธปฏิมาปางประทานพร สร้างในสมัยเดียวกัน

-            พ.ศ.๙๔๕-๙๕๐ หลวงจีนฟาเหียนเดินทางมาสักการะสถานที่ตรัสรู้และได้พรรณนาถึงความงดงามของพระมหาเจดีย์พุทธคยา เห็นพระสงฆ์เถรวาทและพุทธศาสนิกชนมาสักการะกันอย่างมิขาดสาย

-            พ.ศ. ๑๑๔๕ กษัตริย์รัฐเบงกอล นามสสางกา ได้ประกาศอิสระจากมคธยกทัพมาทำลายพุทธสถานอย่างย่อยยับ

-            พ.ศ. ๑๑๔๕ กษัตริย์ปูรณวรมา ดีทัพเบงกอลแตกแล้วทำการบูรณะซ่อมแซม

 
 -            พ.ศ.๑๔๙๑ อมรเทวพราหมณ์ ปุโรหิตของพระเจ้าวิกรมาทิตย์ แห่งเมืองมัลวาบอกไว้ในหนังสืออมรโฆษว่าออกแบบวิหารโพธิ์ใหม่ให้เป็นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

-            พ.ศ.๑๕๗๘ พม่าส่งคณะช่าง นำโดย ธรรมราชครู เพื่อบูรณะแต่เกิดข้อพิพาทกันกับอินเดีย พม่าเลยต้องหยุดการซ่อมแซม

-            พ.ศ.๑๖๒๒ พม่าส่งช่างชุดที่ ๒ มาฟื้นฟูบูรณะใช้เวลา ๗ ปี เสร็จเมื่อ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ.๑๖๒๙ พุทธคยามีชีวิตกลับมาอีกครึ่งหนึ่ง

-            พ.ศ.๑๗๔๓ พระธัมมรักขิตรับทุนจากพระเจ้าอโศกมัลละแห่งแคว้นสิวะสิกะอินเดียมาปฏิสังขรณ์เพิ่มเติมให้ดียิ่งขึ้น

-            พ.ศ.๑๗๖๐ อิสลามกองทัพเติร์กยึดครองมคธรัฐทำลายล้างพุทธสถานทั้งหมด พร้อมยกพุทธคยานี้ให้อยู่ในการดูแลของฮินดูนิกายมหันต์ โดยอ้าง เมื่อ พ.ศ. ๑๗๒๗ จักรพรรดิโมกุนนามมูฮัมหมัดซาห์ ได้มอบพุทธคยา ทั้งหมดเป็นสมบัติของมหันต์องค์ที่สี่ชื่อว่า “ลาลคีรี” จากนั้นพุทธคยาก็ถูกทอดทิ้งหลายร้อยปีไม่มีการบูรณะ มีชาวพุทธมาสักการะเพียงเล็กน้อย

 
 -            พ.ศ.๒๑๓๓ พุทธคยามหาสังฆราช ถูกมุสลิมคุกคามถูกพวกพราหมณ์รังแก ในที่สุดหลุดจากมือขาวพุทธอย่างเด็ดขาดตกอยู่ในความคุ้มครองของนักบวชมหันต์นิกายทัสนามิสัยาสีที่ชื่อโคสายฆมันดีร์คีรี

-            พ.ศ.๒๑๓๕ อังกฤษยึดครองอินเดีย

-            พ.ศ. ๒๓๕๔ พระเจ้าแผ่นดินพม่าเสด็จมาเห็น จึงได้ส่งทูตมาเจรจาขอบูรณะ ตามบันทึกของ ดร.บุคานัน แฮมินตัน บอกว่าพุทธคยาอยู่ในสภาพย่อยยับไม่ได้รับการดูแล

-            พ.ศ.๒๔๑๗ พระเจ้ามินดงเจรจาผ่านรัฐบาลอินเดียซึ่งเป็นของอังกฤษแล้ว อังกฤษส่งคนมาช่วย ๒ นาย เพื่อกำกับคือ “อเล็กซานเดอร์ คันนิ่งแฮม กับ ดร. ราเชนทร ลาลมิตระ”

-            พ.ศ. ๒๔๑๙ พม่าเกิดสงครามกับอังกฤษงานบูรณะจึงต้องหยุด

 

 

 

พุทธทาสภิกขุ
“ชาวพุทธต้องมีความกตัญญูกตเวที 
การตอบแทนนี่จะไม่ใช่เพียงตอบแทนอินเดีย
 
แต่มันจะตอบแทนพระคุณของพระพุทธเจ้าด้วย
พระพุทธเจ้าเป็นคนอินเดีย ศาสนาของพระองค์เกิดในอินเดีย
พุทธศาสนาเป็นศาสนาของอินเดีย”
(จาก...พระคุณของอินเดียที่มีต่อไทย)
 
ขอบพระคุณพระอาจารย์มากครับที่ชวนผมมาคราวนี้
ผมได้สร้างพระถวายวัดทั้งหมด 16 องค์ สาธุ 
 
 ความจริงต้องขอบใจโยมสุขสรรค์ ที่ทำให้ทุกคนแฮปปี้
 
 พวกเราได้อาหารทิพย์หล่อเลี้ยงร่างกายและจิตใจ
 
 อาตมารับรองว่าพวกเราจะมีอายุยืนขึ้น 10 ปี
 
 ตั้งแต่นี้ไปตายยากทุกคน
ใครไม่เชื่อลองส่องกระจกดูหน้าตัวเองดูก็ได้
หลักของโหงวเฮ้งหรือไทยเรียกว่าราศีจะเกิดจากข้างใน
แล้วจึงจะค่อยๆเปล่งออกมาภายนอก
สาธุๆๆ

 

 

ตำนานพระพุทธเมตตา


ภายในพระวิหารพระเจดีย์พุทธคยา มีพระพุทธปฏิมากรที่สร้างด้วยหินแกรนิตสีดา ในสมัยปาละ ปางมารวิชัย มีอายุกว่า,๔๐๐ ปีเศษ ๆ ทั้งลักษณะและขนาดพอ ๆ กับพระพุทธรูปปางภูมิสัมผัสที่มถากัวร์วิหาร นครกุสินารา ปิดทองเหลืองอร่าม มีเครื่องตั้งบูชาตรงหน้าพระพุทธรูปที่ชาวไทยเรียกกันว่า องค์พ่อพระพุทธเมตตา” นั้น มีหินทรงกลมที่มองเห็นเฉพาะฐาน เจ้าหน้าที่ทำไม้เป็นสี่เหลื่ยมมาครอบไว้ ฯ

มีการเล่าประวัติพระพุทธรูปนี้ไว้ในบันทึกของหลวงจีนเสวียนจ้าง (พระถังซัมจั๋ง) ว่าคราวเมื่อศศางกากษัตริย์จากเบงกอล ได้เสด็จเข้าไปในพระวิหารมหาโพธิ์ ได้พบพระพุทธปฏิมากรตั้งไว้บูชาองค์หนึ่ง ทีแรกที่ได้เห็นก็คิดจะทำลายด้วยมือของตัวเอง แต่เมื่อทรงเห็นพระพักตร์ของพระพุทธปฏิมากรอันเปี่ยมด้วยพระเมตตา ก็ประหารไม่ลง จึงเสด็จกลับนคร ฯ ในระหว่างทางนั้นได้ทรงดำริว่า ถ้าขืนยังปล่อยให้พระพุทธรูปองค์นี้ตั้งอยู่ในพระวิหารต่อไปพุทธศาสนิกชนทั้งหลายก็คงจะฟื้นฟูสถานที่นี้ขึ้น มาอีกได้เป็นแน่แท้ จึงรับสั่งให้นายทหารผู้หนึ่งไปทำลายพระพุทธรูปองค์นั้นเสีย แล้วให้ประดิษฐานรูปพระมเหศวรขึ้นแทนที่

นายทหารผู้นั้นครั้นได้รับคำสั่งก็มุ่งหน้าสู่วิหารมหาโพธิ์ เมื่อมาถึงได้แลดูพระพักตร์ของพระพุทธรูปองค์นั้นก็ประหารไม่ลงอีก และรำพึงว่า “ถ้าหากทำลายพระพุทธรูปนี้ เราคงจะต้องตกนรกหมกไหม้ไปหลายกัปป์หลายกัลป์เป็นแน่ ซ้ำยังจะไร้โอกาสที่จะได้มาเกิดมาพบกับพระศรีอริยเมตไตยอีกด้วย แต่ถ้าเราไม่ทำลาย พระราชาคงจะทรงกริ้วพร้อมรับสั่งทำลายชีวิตเราและครอบครัวเป็นแน่” ฯ นายทหารผู้นั้น คิดกลับไปกลับมาหลายตลบว่า จะปฏิบัติตามพระบัญชาดี หรือ ขัดพระบัญชาดี

ในที่สุดก็ตัดสินใจว่าจะไม่ทำลายพระพุทธรูป แต่จะต้องซ่อนเสียให้พ้นจากสายตาประชาชน จึงได้ไปตามชาวพุทธผู้มีศรัทธาทั้งหลายมาประชุมปรึกษากันแล้วก็พากันลงมือสร้างกำแพงขึ้นหน้าพระพุทธรูป กั้นไว้ไม่ให้คนภายนอกรู้ว่าข้างในพระวิหารนี้มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ เมื่อสร้างเสร็จแล้วก็เอารูปพระมเหศวรตั้งไว้หน้ากำแพง และกลับไปกราบทูลศศางกากษัตริย์ให้ทรงทราบ ฯ

ศศางกากษัตริย์กลับได้รับทราบแทนที่จะทรงยินดีกลับทรงหวาดหวั่น หวาดกลัว ว้าวุ่นพระทัย ด้วยเกรงว่า เหตุร้ายจักเกิดขึ้นกับตนเป็นแน่แท้” จึงทรงประชวรนับแต่นั้นมาโดยมีอาการเจ็บปวดทั่วทั้งพระวรกาย ในไม่ช้าชิ้นเนื้อเริ่มหลุดออกจากพระวรกายของพระองค์เป็นชิ้น ในที่สุดพระองค์ก็สิ้นพระชนม์ด้วยความทรมาน ฯ เมื่อศศางกากษัตริย์สิ้นพระชนม์แล้ว นายทหารผู้รับพระบัญชาให้ไปทำลายพระพุทธรูปพระองค์นั้นก็ได้กลับไปยังแดนพุทธคยา ณ มหาวิหารพุทธคยา และรีบทำลายกำแพงที่สร้างกั้นหน้าพระพุทธรูปนั้นออก เกิดความประหลาดใจยิ่งนักที่ “ตะเกียงน้ำมันที่ตั้งจุดบูชานั้นยังลุกโพลงอยู่เหมือนเดิม


 
 -            พ.ศ. ๒๔๒๓ เชอร์อเล็กซานเดอร์  ดร.ราเชนทร  เซอร์อีแดน  แต่งตั้งให้นาย เจ ดี เบคลาร์ ทำการปฏิสังขรณ์  เสร็จในปี พ.ศ.๒๔๒๗  (๔ ปี)

-            พ.ศ. ๒๔๓๓ ท่านเชอร์ เอ็ดวิน อาร์โนลด์  ฝรั่งอังกฤษชาวพุทธได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า “The Light of Asia

-            พ.ศ.๒๔๓๔ อนาคาริกธัมมปาละ ชาวศรีลังกามากราบพุทธคยาเกิดศรัทธาปรารถนาเรียกร้องสิทธิของความเป็นเจ้าของพุทธคยา ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๓๔ ได้ประชุมชาวพุทธสากลที่พุทธคยา มีพม่า, ลังกา,จีน, ญี่ปุ่น และญี่ปุ่นได้ประกาศว่าจะหาเงินมาซื้อพุทธคยาคืน อังกฤษระแวงญี่ปุ่นเพราะเพิ่งรบชนะรัสเซียจึงไม่ยอมให้ครอบครองจึงเกิดขบวนการกอบกู้พุทธคยา (แม็กมึล, เอ็ดวินฯ, วิลเลี่ยม, พ.ศ.โอลคอตต์) ออกปราศรัยที่ พม่า - อังกฤษ – สิงคโปร์ – ไทย – ลังกา หาผู้สนับสนุน

 
 -            พ.ศ.๒๔๓๖ อนาคาริกธัมมปาละ กลับมาพุทธคยาพร้อมกับ โอลคอตต์ และ MR.เอดช์  นักเทววิทยาได้เห็นพระ ๔ รูป ถูกพวกมหันต์ทุบตีเกือบตาย ซ้ำร้ายเขายังกีดกันมิให้พวกธรรมยาตราเข้าสักการะพุทธคยา

-            พ.ศ.๒๔๓๘ ชาวพุทธขอนำพระพุทธรูปอายุ ๗๐๐ ปี เข้าไปประดิษฐานแต่พวกมหันต์ก็ไม่เห็นด้วย อ้างว่า “พระพุทธเจ้าเป็นเพียงอวตารปางที่ ๙ ของพระนารายณ์”

-            พ.ศ.๒๔๔๕ มีความเคลื่อนไหวทั่วโลก โดยเอดวิน อาร์โนล, ดร.ริดเดวิค, ศ.แม็กมีลเลอร์  ชาวพุทธเริ่มมีพลัง พวกมหันต์เพิ่มความรังเกียจชาวพุทธมากขึ้น

-            พ.ศ.๒๔๖๗ ชาวพุทธพม่า, ลังกา, เนปาล ร้องเรียนรัฐบาลพรรคคองเกรสส์ตั้งคณะกรรมธิการขึ้นพิจารณา โดยมี ดร.ราเชนทร์ ประสาท (ประธานาธิบดีเป็นประธาน) ตั้งกรรมการชาวพุทธ ๕ คน ฮินดู ๕ คน ดูแลพุทธคยา โดยออกกฎหมายบังคับ

 
 §  ความเห็นของ มหาตมคานธี คือ “วิหารพุทธคยาขึ้นควรเป็นสมบัติของชาวพุทธโดยชอบธรรมการนำสัตว์ไปฆ่าทำพลีกรรมในวิหามหาโพธิ์ไม่สมควร เพราะล่วงละเมิดต่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธศาสนา เป็นการประทุษร้ายต่อจิตใจของชาวพุทธทั่วไป”

 
 §  ความเห็นของ ระพินทรนาถฐากูร คือ “ที่ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณนี้จะตกอยู่ในความดูแลของศาสนาอื่นไม่ได้  เพราะศาสนาอื่นไม่เกี่ยวข้องอะไรและไม่มีเยื้อใยอะไรต่อพระพุทธศาสนา

 
 -            พ.ศ. ๒๔๙๐ อินเดียเป็นเอกราชจากอังกฤษ มหาโพธิ์สมาคมรบเร้าสิทธิพุทธคยา

-            พ.ศ. ๒๔๙๑ ดร.ศรีกฤษณะ ซิงห์ นายกรัฐมนตรีพิหาร ได้เสนอให้ร่างรัฐบัญญัติวหารพุทธคยา

-            พ.ศ. ๒๔๙๒ เดือนพฤษภาคม จัดตั้งคณะกรรมการดูแล ๙ คน มีผู้ว่าจังหวัดคยาเป็นประธาน และมีกรรมการ ๘ คน เป็นชาวพุทธ ๔ คน ฮินดู ๔ คน

-            พ.ศ. ๒๔๙๖ นายกรัฐมนตรีพม่ามาเยือน พวกมหัสต์บอกว่าได้ยกพุทธคยาให้ชาวพุทธ

-            พ.ศ. ๒๕๓๐ ภิกษุไซไซ ชาวญี่ปุ่นนำชาวพุทธจากนาคปูร์ ในรัฐมหารชตะเรียกร้องให้นำศพมหันต์ที่ฝังไว้และปัญจปาณฑปพร้อมศิวลึงค์ที่กลางวิหารออกไปที่อื่น

-            พ.ศ.๒๔๙๙ บูรณะเล็กน้อยเพื่อฉลองพุทธคยาชยันตีพุทธศาสนาอายุ ๒๕๐๐ ปี

-            พ.ศ. ๒๕๑๒ พระสุเมธาธิบดี ได้นำพุทธบริษัทชาวไทยประดับไฟแสงจันทร์

-            พ.ศ.๒๕๑๙ พุทธบริษัทชาวไทย สร้างกำแพงแก้ว ๘๐ ช่อง ซุ้มประตูแบบอโศก ๒ ซุ้ม เสร็จในปี ๒๕๒๐

-            พ.ศ.๒๕๓๑ ชาวพุทธเนปาลปูหินอ่อน

 

 

 

 
 สิ่งสำคัญที่พุทธคยาสถานที่ตรัสรู้

          ๑. พระมหาเจดีย์พุทธคยา สูง ๑๗๐ ฟุต วัดรอบฐาน ๘๕ เมตรเศษ เป็นเจดีย์ ๒ ชั้น มีเจดีย์รอบฐาน ๔ องค์ สูง ๔๕ ฟุต ขั้นบนประดิษฐาน พระปางประทานพร ส่วนชั้นล่าง ประดิษฐานพระปางมารวิชัยหรือพระพุทธเมตตา อายุ ๑,๔๐๐ ปีเศษ

          ๒. ต้นพระศรีมหาโพธิ์ (โพธิบัลลังก์) ปัจจุบันเป็นต้นที่ ๔ ปลูกเมื่อ พ.ศ.๒๔๒๓  ปัจจุบันอายุได้......ปี (เอาปีปัจจุบันลบด้วย ๒๔๒๓)  ที่อธิษฐานปลูกโดย “คันนิ่งแฮม”

                    ๒.๑ ต้นที่ ๑ เป็นสหชาติเกิดพร้อมกับพระพุทธเจ้า มีอายุได้ ๓๕๒ ปี สาเหตุหมดอายุ เพราะพระชายาของพระเจ้าอโศกให้หญิงสาวใช้มาทำลาย

                    ๒.๒ ต้นที่ ๒ เกิดจากแรงอธิษฐานของพระเจ้าอโศกมหาราช อายุได้ ๘๙๑ ปี ถูกกษัตริย์ศสางกา สั่งทหารทำลายประมาณปี พ.ศ. ๑๑๐๐ เศษ

                    ๒.๓ ต้นที่ ๓ เกิดจากแรงอธิษฐานของกษัตริย์ปูรณะวรมา มีอายุประมาณ ๑,๒๕๘ ปี หมดอายุขัยเอง

 
 ๓. พระแท่นวัชรอาสน์ พระเจ้าอโศกสร้างแทนรัตนบัลลังก์ เมื่อ พ.ศ.๒๓๘ เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแกะสลักจากหินทราย มีขนาดยาว ๗ ฟุต ๖ นิ้ว และกว้าง ๔ ฟุต ๑๐ นิ้ว หนา ๑ ฟุต ๖ นิ้ว ส่วนด้านบนจะแกะสลักเหมือนหัวแหวนเพชร  ด้านข้างมีดอกบัว หงส์ และดอกมณฑารพ

๔. อนิมิสสเจดีย์ คือ สถานที่เสวยวิมุติสุขสัปดาห์ที่ ๒ เป็นเจดีย์สีขาวอยู่ทางทิศตะวันออกของต้นโพธิ์

๕. รัตนจงกรมเจดีย์ คือ สถานที่เสวยวิมุติสุข สัปดาห์ที่ ๓ อยู่ทางทิศเหนือ เป็นหินทรายแกะสลักเป็นดอกบัวบาน ๑๙ ดอก

 
 ๖. รัตนฆรเจดีย์ คือ สถานที่เสวยวิมุติสัปดาห์ที่ ๔ เป็นวิหารสี่เหลี่ยมไม่มีหลังคา พระพุทธองค์ทรงนั่งขัดสมาชิกเพชร  พิจารณาพระอภิธรรมปิฎก และสมันตปัฏฐานอนันตนัย

๗. อชปาลนิโครธเจดีย์ คือ สถานที่เสวยวิมุติสุขสัปดาห์ที่ ๕ อยู่ระหว่าง แม่น้ำโมหะนีกับแม่น้ำเนรัญชราเป็นที่รับข้าวมธุปายาสจากนางสุชาดา ที่พิจารณาบุคคลเหมือนอุบล ๔ เหล่า ที่ท้าวสหัมบดีพรหมอารมธนาแสดงธรรม ที่นางมารมาเล้าโลมพระพุทธเจ้า

๘. พระมุจลินทร์ คือ สถานที่เสวยวิมุติสุขสัปดาห์ที่ ๖ เกิดพายุฝนตลอด ๗ วัน พญามุจลินทร์นาคราชได้ถวายอารักขา พระพุทธองค์ทรงเปล่งอุทานว่า “ความสงัดเป็นสุขของบุคคลผู้สินโดษ ผู้มีธรรมปรากฏแล้ว ผู้เห็นอยู่ ความไม่เบียดเบียน คือความสำรวมในสัตว์ทั้งหลาย เป็นสุขในโลก”

 
 ๙. ต้นราชายตนะ คือ สถานที่เสวยวิมุติสุขสัปดาห์ที่ ๗ พานิช ๒ พี่น้อง คือ “ตปุสสะและภัลลิกะ” จากอุกกลชนบทได้ถวายสัตตุชนิดผงและชนิดก้อน ท้าวเทวราชทั้ง ๔ นำบาตรศิลามาถวายให้รับ พานิช ๒ พี่น้องประกาศตนเป็นอุบาสกผู้ถึงรัตนะสอง คือ “พระพุทธกับพระธรรม” เป็นสรณะ

ในอรรถกถาพระวินัยปิฏก มหาวรรค กล่าวว่า พระพุทธองค์ ทรงลูบพระเศียร เส้นพระเกศาติดที่พระหัตถ์ทรงมอบให้พานิช ๒ พี่น้อง นำพระเกศาธาตุไปประดิษฐานไว้ในเจดีย์ในนครของตน

ต่อมาทั้ง ๒ ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าที่เมืองราชคฤห์ฟังธรรมและบรรลุเป้นพระโสดาบัน ตปุสสะอยู่เป็นอุบาสกภัลลิกะบวชได้บรรลุดรหัสต์พร้อามอภิญญา ๖ ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ผู้เลิศกว่าอุบาสกผู้ถึงรัตนะก่อนผู้ใด”

 
 ๑๐. พระพุทธเมตตา เป็นพระปฏิมากร สร้างด้วยหินแกรนิตสีดำ  สมัยปาละ ปางมารวิชัย อายุกว่า ๑,๔๐๐ ปี เป็นพระปฏิมาที่คนทุกศาสนามาสักการะด้วยความศรัทธา

๑๑. แม่น้ำเนรัญชรา ห่างจากต้นพระศรีมหาโพธิ์มาทางตะวันออกประมาณ ๒๐๐ เมตร อยู่กลางหมู่บ้าน

๑๒. บ้านนางสุชาดา อยู่ห่างจากแม่น้ำเนรัญชราประมาณ ๒๐๐ เมตร  อยู่กลางหมู่บ้าน

๑๓. ท่าสุปปติฏฐะ คือ สถานที่ลอยถาดอธิฐาน รับหญ้ากุสะจากโสตถิยมานพ และเสวยข้าวมธุปายาสก่อนตรัสรู้

๑๔. คงคสิริเขาบำเพ็ญเพียร คือ สถานที่บำเพ็ญทุกรกิริยาของพระมหาบุรุษ ห่างจากพุทธคยาประมาณ ๗-๙ กิโลเมตร ปัจจุบันรถยนต์สามารถส่งถึงเชิงเขาแล้ว

 

 

 

 

 

 ๑๕. คยาสีสประเทศ  พุทธกาล คือ เขาคยาสีสะ ปัจจุบันเรียกว่า “พรหมโยนี” เป็นสถานที่แสดงอาทิตตปริยายสูตร ที่เทวทัตต์ก่อการปฏิวัติพระศาสดาแล้วมาตั้งสำนักที่นี่

๑๖. อาศรมชฎิล คือสถานที่พักของอุลุเวลกัสสปะ พระศาสดาได้ทรงทรมานจนละทิฏฐิพร้อมน้อง คือ นทีกัสสปะและคยากัสสปะ รวมทั้งบริวาร ๑,๐๐๐ บวชในพระพุทธศาสนา

๑๗. วัดไทยพุทธคยา ได้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ สมัยจอมพล ป.พิบูลย์สงคราม นามเจ้าอาวาส คือ สมเด็จพระธีรญาณ, พระสุเมธาธิบดี  และปัจจุบัน คือ พระเทพโพธิวิเทศ

 สาระธรรมสำคัญ

๑. ปฎิจจสมุปบาท                          ๔. พระญาณ ๓ แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า

๒. อาทิตตปริยายสูตร                     ๕. ปฐมพุทธวจนะ

๓. พุทธอุทาน                               ๖. บุคคลเปรียบด้วยดอกบัวสี่เหล่า

วัดพุทธนานาชาติ

          ๑. วัดญี่ปุ่น               ๒. วัดธิเบต               ๓. วัดภูฎาน

วัดญี่ปุ่น

          สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๓  แบ่งเป็น ๒ โซน คือ เขตพุทธาวาส และเขตสังฆาวาส เขตพุทธาวาส มีหลวงพ่อไดโจบุตซึ สูง ๘๐ ฟุต  วัดจากฐานถึงพระบาทได้ ๒๔ ฟุต จากฐานชุกชีถึงพระเศียรได้ ๕๖ ฟุตเขตสังฆาวาส เรียกไดจอกเจียว ทั้งหมดสร้าง ๔ ปี เสร็จ สร้างด้วยหินทรายแดงจากเมืองจูน่า หินอ่อนจากเมืองชัยปูร์ รอบหลวงพ่อได้โจบุดซี มีพระอรหันต์ ๑๐ ทิศ คือ  ๑. พระอานนท์ ๒. พระสารีบุตร ๓. พระปุณณมันตานีบุตร ๔. พระมหากัจจายนะ ๕. พระราหุล ๖. พระสูภูติ ๗. พระอุบาลี ๘. พระมหาโมคคัลลานะ ๙ พระอนุรุทธะ ๑๐. พรามหากัสสปะ

 วัดทิเบต

          สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๒-๒๕๒๓ ธิเบต มีละมะ ๔ นิกายคือ

          ๑. นิกายนิงมะ สามหมวกแดง เกิดปี พ.ศ.๑๓๖๓ สำนักงานใหญ่อยู่ที่ไบเลาคุมเบ มีท่านออลิมบูเซ่ เป็นประมุขนิกาย สามารถไว้ผมยาวและหนวดเคราได้

          ๒. นิกายศักยะ สวมหมวดสีน้ำเงิน เกิดปี พ.ศ.๑๕๗๘ สำนักงานใหญ่อยู่ที่ดุลหาโหตรัง ราชปูร์ ปูนสุดโฟตรัง สหรัฐอเมริกา มีนควัง กุนคา เตเคเฮน ลิมปูเช่ เป็นประมุข  สามารถมีครอบครัวได้

          ๓. นิกายกายุค สวมหมวดสีดำ เกิดปี พ.ศ. ๑๕๙๓ สำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองรุมเต็ก รัฐสิขิม มีอูเป็นดอร์เลย์  โดเจ การมาปะ องค์ที่ ๑๗ เป็นประมุข

          ๔. นิกายเกลุค สวมหมวดสีเหลือง เกิดปี พ.ศ.๑๙๒๘ สำนักงานใหญ่อยู่ที่ธรรมศาลา หิวันตประเทศ มีองค์ดาไลลามะเป็นประมุข องค์ที่ ๑๔

 

 

 

ทาสีด้านใน

 
 วัดภูฎาน

          สร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๖ พระมหากษัตริย์เป็นประมุข ทั้งฝ่ายอาณาจักรและศาสนจักร ปัจจุบัน ท่านจิกมี่ วังจุก เป็นประมุข

 

คำอธิษฐาน ณ พระมหาเจดีย์พุทธยา

          ข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมตั้งจิตอธิฐาน ด้วยอำนาจบุญกุศลที่ได้จาริกมาบูชาสักการะ สถานที่ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในวันนี้ ขอจงเป็นบารมี เป็นพลวปัจจัย เป็นอุปนิสัยตามส่ง ให้เกิดปัญญาณ มีความรู้แจ้งเห็นจริง ทั้งในชาตินี้และชาติหน้า ตลอดชาติอย่างยิ่ง จนถึงความพ้นทุกข์ หากแม้นว่าข้าพระพุทธเจ้า ยังเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฎฎสงสาร ขออำนาจแห่งบุญกุศลนี้ จงเป็นเหตุอำนวยให้ ได้ไปบังเกิดแต่ในสุคติภูมิ ขอให้เกิดในตระกูลที่ดี มีรูปร่างดี มีปัญญาดี มีสุขภาพดี มีฐานะดี มีพ่อแม่ดี มีครูบาอาจารย์ดี ขอให้มีโอกาสได้ฟังธรรม ได้ปฏิบัติธรรม ได้บรรลุธรรม สมควรแก่การปฏิบัตินั้น จนกว่าจะเข้าถึงซึ่งพระนิพพาน ในกาลอันควรด้วยเทอญฯ

 
 พาราณสี มหาราชธานีเพื่อความเป็นที่ ๑ (ปฐม)

                    ปฐม...เทศนาอริยสัจจ์                     ปฐม...อุบัติอริยสงฆ์

                    ปฐม...พรรษาพระพุทธองค์              ปฐม...วงศ์อุบาสิกา

                    ปฐม...บิดาอุบาสก                          ปฐม...ศกประกาศศาสนา

                    ปฐม...ความงามพระปฏิมา               ปฐม...พาราฯ พุทธสัญจร

                    ปฐม...มหาวิทยาลัย                        ปฐม...ยิ่งใหญ่คงคาชื่อกระฉ่อน

                    ปฐม...แพรไหมเลิศผ้าอาภรณ์           ปฐม...นครแห่งอารยธรรมฯ

 
 ประวัติศาสตร์เมืองพาราณสี

-            พาราณสี เป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดของอินเดียที่ไม่เคยล่มสลาย กระทั่งชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของวัฒนธรรมแห่งภารตชน

-            สมัยพุทธกาล เป็นเมืองหลวงของแคว้นกาสี ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำคงคา เป็นเมืองถูกเสนอชื่อให้มาปรินิพพาน ๑ ใน ๖ เมือง

-            คำว่า พาราณสี มาจากคำว่า วรุณะ + อสี ทั้ง ๒ คำนี้ เป็นชื่อของแม่น้ำ เมื่อนำมารวมกันจึงได้คำว่า พาราณสี

-            ในกปิลชาดก มาจากคำว่า วานร + สีสะ = วานรสีละ  = วานรสี

-            เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ ๑ ใน ๗ เมืองของอินเดีย คือ ๑.หริทวาร์ ๒.อุชเชนี ๓.อโยธยา ๔.มถุรา ๕.ทวารก ๖.กาญจีปุรัม และ ๗.พาราณสี

-            ในชาดกยังพบว่า มีชื่อเรียกอีก คือ สุรุนธนคร – สุทรรศนนคร – ปุปผาวดีนคร – พรหมวัฒนนคร – รัมมนคร – กาสีสุระ – รามนคร

-            สมัยอังกฤษปกครอง เรียกว่า บนารัส หรือเบนาเรส

 
 -            ปุสสะสัมมาสัมพุทธเจ้า (ผุสสะ)  อุบัติที่นครกาสิกะ (พาราณสี) เป็นโอรสของพระเจ้าชันเสนกับพระนางสิริมามีพระชายาชื่อกีสาโคตมี พระราชโอรสชื่ออนุปมะ ตรัสรู้ใต้ต้นมะขามป้อม และกันสสปะสัมมาสัมพุทธเจ้าบิดาชื่อพรหมทัตต์พราหมณ์ มารดาชื่อธนวดี ภรรยาชื่อสุนันทา บุตรชื่อวิชิตเสน ทรงตรัสรู้ใต้ต้นไทรในรัชสมัยพระเจ้ากิกีเป็นเจ้าเมือง

-            พระโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้าเคยมาเสวยพระชาติเป็นพระโพธสัตว์ ณ เมืองนี้ ๔๒๗ ชาติ (๕๔๗) เกิดเป็นนกพิราบ, นกยูง, แขกเต้า, แร้ง, กา, หงส์, ช้าง, ม้า, โค, หมู, เสือ, ลิง, ราชสีห์, สุนัข, กวาง, ลา, มนุษย์, ราชา, อำมาตย์, ปุโรหิต, พ่อค้า,มานพ, ฤาษี, ดาบส, และนายครวญช้าง  ฯลฯ

-            ในทศชาติ เกิด ๒ ครั้งคือ พระเตมีย์ และสุวรรณสาม

-            ในพระไตรปิฏกเล่มที่ ๑๐ พาราณสีจะมีนามว่า “เกตุมดี” ราชานามว่า “สังขะ”  พระศรีอาริยะเมตไตรยจะอุบัติในตระกูลพราหมณ์ พระเจ้าเสขะก็ได้อุปสมบทสำเร็จอรหัสต์ มนุษย์จะมีอายุ ๘ หมื่นปี ส่วนผู้หญิงสาวมีอายุ ๘ พันปีจึงจะมีสามี

 

 

 

 

คำบูชาพระพุทธเมตตา

       วันทามิ  อิมัง  พุทธะเมตตาปะฏิมัง  อิมัสมิง  คะยาสีเส  ปูชาระเห  สักการะภูเต  เจติเย  สุปะติฏฐิตังฯ

       อิมินา  ปะนะ  วันทะมาเนนะ  มา  เม  ทะลิททิยัง  อะหุ  พะหุชะนานัง  ปิโย  โหมิ  มะนาโป  สาธุ  โน  ภันเต  อิเมหิ  สักกาเรหิ  อภิปูชะยามิ.

คำแปล

       ข้าพเจ้าขอกราบไหว้ พระพุทธเมตตาปฏิมานี้  ซึ่งประดิษฐานตั้งมั่นดีแล้วในองค์พระเจดีย์ที่คยาสีสะประเทศนี้  อันเป็นสถานที่  ควรแก่เครื่องบูชาสักการะ

       ด้วยการกราบไหว้นี้  ขอความเป็นผู้ขัดสนอย่าได้มีแก่ข้าพเจ้าเลย  ขอให้ข้าพเจ้าเป็นที่รักเป็นที่พอใจ  ของคนทั่วไป  ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  ข้าพเจ้าขอบูชาโดยยิ่ง  ด้วยเครื่องสักการะเหล่านี้

 

 เมืองสารนาถ

-            สารนาถ คือ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เป็น ๑ ใน ๔ สังเวชนียสถาน เป็นสถานที่แสดงปฐมเทศนา ชื่อว่า “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” อยู่ห่างจากเมืองพาราณสี ๘ กิโลเมตร

-            ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน คือ อิสิ + มฤค + ทาย + วน คือ ป่าเป็นที่ให้อภัยแก่เนื้อเป็นสถานที่ประชุมตกลงของเหล่าฤาษี

-            สารนาถ คือ สารังค + นาถ = สารนาถ แปลว่า “ที่พึ่งของกวาง”  (สารังคะ – กวาง)

-            เป็นที่แสดงปฐมเทศนา ชื่อ “ธัมมจักกัปปวัตนสูตร”

-            เป็นที่เกิดสังฆรัตนะ  ครบพระรัตนตรัย และแสดงพระสูตรมากถึง ๓๓ พระสูตร

-            ที่เกิดของวันอาสาฬหบูชา

-            ที่ส่งสาวกไปประกาศพระศาสนา

ประวัติศาสตร์เมืองสารนาถ

-            ก่อนพุทธกาลเป็นสวนป่าของพระเจ้าหรหมทัตต์ เป็นที่อาศัยของกวางทั้งหลาย   

-            ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี พระพุทธองค์เสด็จมาโปรดปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ และแสดงธรรม

-            หลังพระพุทธองค์ปรินิพาน ถวายเป็นสังฆรามให้พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาอยู่อาศัย

-            พ.ศ. ๒๓๔ พระเจ้าอโศกมหาราช เสด็จธรรมยาตรา สร้างสถูปใหญ่และปักเสาอโศกไว้

-            พ.ศ. ๓๙๕ พระเจ้าอัคนิมิตร ราชวงศ์สุงคะ สร้างกำแพงหินทรายแดงแกะสลักรอบสารนาถ

-            พ.ศ.๖๔๕ พระเจ้ากนิษกะมหาราช ราชวงศ์กุษาณะ (พระพาลา) สร้างรูปแกะสลักพระพุทธรูป และพระโพธิ์สัตว์ ทำร่มจากหินทรายถวายไว้ที่นี่

 -            พ.ศ.๙๔๓ หลวงจีนฟาเหียน มาเยือนและได้เขียนจดหมายเหตุไว้ ได้เล่าเกี่ยวกับป่าอิสิปตนะไว้ด้วย

-            พ.ศ.๙๙๘ พวกหูนะจากเอเชียกลาง ตีอินเดียถึงสารนาถอารามถูกทำลายเสียหาย

-            พ.ศ.๑๑๕๕ พระเจ้าหรรษวรรธนะทำการฟื้นฟูบูรณะสารนาถใหม่

-            พ.ศ.๑๑๗๔ พระถังซัมจั๋งได้เยือนสารนาถแล้วบันทึกเรื่องสารนาถไว้อย่างละเอียด

-            พ.ศ.๑๓๙๐ พระเจ้ามหิปาละ บูรณะอารามและพระสถูป

-            พ.ศ.๑๕๖๐ มาหมุด กาชะนี อิสลามทำสงคราม ทำลายอารามและสถูปอย่างหนัก

-            พ.ศ.๑๖๕๗ พระนางกุมาราชเทวี ทำการฟื้นฟูบูรณะอีกครั้งหนึ่ง

-            พ.ศ.๑๗๓๖ อิลตุชมิท อิสลาม โจมตีพาราณสี – สารนาถ พระสงฆ์ได้หนีตาย

-            พ.ศ.๒๓๓๖ ชคัต ซิงห์ อำมาตย์ของ เจตซิงห์ รื้อธัมมราชิกสถูป

-            พ.ศ.๒๓๖๘ ศาสนิกเชน รื้อพุทธสถานแล้วสร้างวัดเชนครอบ

 
 -            พ.ศ.๒๓๗๘ อเล็กซานเดอร์ คันนิ่งแฮม ได้ทำการขุดค้นสารนาถ

-            พ.ศ.๒๓๘๒ นายเดวิคสัน นำพระพุทธรูป – โบราณวัตถุ ไปถมที่ทำสะพานคันแดน แม่น้ำวารุณะ

-            พ.ศ.๒๔๑๔ (๒๔๑๕ของไทย) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ เสด็จสารนาถ

-            พ.ศ.๒๔๓๔ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จเยือนสารนาถ

 
 โบราณสถาน – สถานที่สำคัญ

          ๑. ธัมเมกขสถูป สถานที่แสดงธรรมโปรดปัญจวัคคีย์ สูง ๓๓ เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง ๒๘ เมตร

                    -   พ.ศ.๒๓๔ พระเจ้าอโศกสร้าง

                    -   พ.ศ.๒๓๖๕ อเล็กซานเดอร์คันนิ่งแฮมได้ขุดค้นพิสูจน์

          ๒. ธัมมราชิกสถูป สถานที่แสดงอนัตตลักขณสูตร สูง ๖๐ เมตร มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑๓ เมตร (ปัจจุบัน ๑ เมตร) พระเจ้าอโศกฯ สร้าง

          ๓. พระมูลคันธกุฎี ที่จำพรรษาแรกของพระพุทธองค์ สูง ๖๑ เมตร กว้าง ๑๘ เมตร

          ๔. เสาอโศกฯ สูง ๑๕.๒๕ เมตร ด้านบนเป็นสิงห์ ๔ หัว หันหลังชนกัน

 

 

 

 

คาถานมัสการพระศรีมหาโพธิ์ตรัสรู้

       โพธิ ตัสสะ ภะคะวะโต        อัสสัตโถติ  ปะวุจจะติ

โหติ โย โคตะโม พุทโธ             สะระณัง สัพพะปาณีนัง

ฐะปะยิตวานะ ธัมโมกกัง             ปัจฉิมะ ชะนะโพธะนัง.

       โส รุกโข โพธิคะยายัง        ฐิโต พิหาระคามะเก

มหาโพธิพุทธะคะยานาเม           ยัตถะ ทัยยัสสะ สันตะโก

อาวาโส ทัยยะภิกขูนัง               สัลเลขะ วุตติ โยคินัง

       วันทิเต โพธิรุกขัมหิ           สัมพุทโธ ปุนะ วันทิโต

สัทธัมโม วันทิโต เยวะ              สุสังโฆ โหติ วันทิโต

วันทะนาชะนิตัง ปุญญัง             อิติยัง ระตะนัตตะเย.

       อันตะรายา วิสัสสันตุ          โหตุ โสตถี จะ เตชะสา

โลเก รัฎฐัง สุขัง เสติ                นิมมะลัง สัพพะสาสะนัง

ทีฆายุกา ปะชา สัพเพ               อะนีฆา นิรุปัททะวาติ

 

คำแปล

       ต้นพระศรีมหาโพธิ์  ซึ่งเป็นที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าโคดมพุทธเจ้า  ผู้เป็นที่ระลึกถึงของสรรพสัตว์  เพราะทรงประดิษฐานพระธรรมไว้ให้ชนภายหลังได้รู้  ต้นพระศรีมหาโพธิ์นั้นผู้คนขนานนามว่า อัสสัตถพฤกษ์

       ต้นพระศรีมหาโพธิ์นั้น  ตั้งอยู่ใกล้วัดไทยพุทธคยามหาวิหารซึ่งเป็นวัดไทยของชาวไทย  เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมเพื่อขัดเกลากิเลสของพระสงฆ์ไทยผู้ประกอบความเพียร

       เมื่อเราทั้งหลายกราบไหว้ต้นพระศรีมหาโพธิ์  ชื่อว่าได้กราบไหว้พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  พระสัทธรรมเจ้า  พระสงฆ์เจ้าผู้ปฏิบัติดี  บุญใดอันเกิดแล้วจากการกราบไหว้  พระรัตนตรัยด้วยประการฉะนี้ขอเดชแห่งบุญนั้น  บันดาลให้อันตรายทั้งหลายจงพินาศไป  ด้วยสวัสดีจงบังเกิดมี  ทุกประเทศในโลกนี้อยู่เป็นสุข  ทุกศาสนาในโลกนี้จงปราศจากมลทิน  ประชากรทุกหมู่เหล่า  จงมีอายุยืนยาว  ไม่มีทุกข์  ปราศจากอุปัทวะทุกประการฯ

 

 

 ๕. ยสเจดีย์ สถานที่โปรด ยสะลูกเศรษฐี แสดงอนุปุพพิกถา๕

          ๖. เจาคัณฑีสถูป ที่มี ๔ มุม พระเจ้าอโศกสร้าง พ.ศ.๒๓๖ สูง ๒๑ เมตร

                    -  พ.ศ.๒๐๗๕ หุมายุนมาหลบภัย เป็นเวลา ๑๕ ปี

                    -  พ.ศ.๒๑๑๙ อักบาร์มหาราชย์ดัดแปลงเป็นเจดีย์แปดเหลี่ยมศิลปะอีสลาม

          ๗. พิพิธภัณฑ์สารนาถ เก็บพระพุทธปฏิมา – โบราณวัตถุมากมาย

          ๘. วัดไทยสารนาถ สร้างขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๑๘ มีเนื้อที่ทั้งหมด ๓๔ ไร่ โดยพระครูประกาศสมาธิคุณ ปัจจุบันหลวงพ่อพระครูสรวิชัยเป็นเจ้าอาวาส

          ๙. วัดพุทธนานาชาติ  คือ วัดจีน, วัดธิเบต, วัดเกาหลี, วัดญี่ปุ่น, วัดพม่า และวัดศรีลังกา

          ๑๐. แม่น้ำคงคา

          ๑๑. มหาวิทยาลัย

          ๑๒. เทศกาลต่างๆ

 บุคคลสำคัญ

          ๑) ปัญจวัคคีย์                                    ๕) ธัมมทินนาอุบาสก

          ๒) ยสกุลบุตรและสหาย                            ๖) อนาคาริกธัมมปาละ

          ๓) นางสุปปิยา                                        ๗) มหาทุคตะ

          ๔) นันทิยมานพ

 สาระธรรมสำคัญ

          ๑) ธัมมจักกัปปวัตนสูตร                            ๔) นิโครธชาดก

          ๒) อนัตตลักขนสูตร                                 ๕) กปิลชาดก

          ๓) สุวรรณสามชาดก                                ๖) เนื้อ ๑๐ อย่าง ที่ห้ามภิกษุฉัน

 คำอธิษฐาน ณ สารนาถ

          ขอเดชะ ด้วยอำนาจบุญกุศล ที่ข้าพระพุทธเจ้า ได้บูชาสักการะ สถานที่แสดงพระปฐมเทศนา ธัมมจักกัปปวัตนสูตร ของพระพุทธองค์ ในครั้งนี้ ขอจงเป็นบารมีให้เต็มเปี่ยมด้วยพร ๘ ประการ

                    ๑. ขอให้ธุรกิจของข้าพเจ้า...เดิน                 

                    ๒. ขอให้การเงินของข้าพเจ้า.....ดี

                    ๓. ขอให้ไมตรีของข้าพเจ้า.....เบิกบาน

                    ๔. ขอให้การงานของข้าพเจ้า......ก้าวหน้า

                    ๕. ขอให้การค้าของข้าพเจ้า.......รุ่งเรือง

                    ๖. ขอให้ชื่อเสียงของข้าพเจ้า.......งามปรากฏ

                    ๗. ขอให้เกียรติยศของข้าพเจ้า........ไพบูลย์

                    ๘. ขอให้เกียรติคุณของข้าพเจ้า....แผ่ไพศาล

          ทั้งในชาตินี้และชาติหน้าตลอดชาติอย่างยิ่งจนถึงความพ้นทุกข์ คือพระนิพพาน เทอญฯ

***********

 ตำนานคงคา ตามคัมภีร์ปูราณะ (โดยสังเขป)

          คงคา เป็นเทพธิดา พระธิดาของราชาหิมวัดและพระนางเมนาแห่งภูผาหิมาลัย เป็นสายน้ำบนสรวงสวรรค์จึงมีชื่อเรียกว่า สุรสรวันตีบ้าง สุรนทีบ้าง สุรนิมนคาบ้าง วโยคงคาบ้าง

          สมัยราชวงศ์ อิศวากุ มีพระราชาพระนามว่า “สาคร” ทรงมีพระมเหสี ๒ พระองค์ ทั้ง ๓ ไม่มีรัชทายาท จึงมอบราชบัลลังก์ให้มหาอำมาตย์ผู้สำเร็จราชการแทน แล้วออกประพฤติพรตบำเพ็ญเพียรอยู่เชิงเขาไกรลาส เพื่อขอรัชทายาทจากเทพผู้ทรงฤทธิ์ศักดิ์ คือท้าวมหาเทพ

          ต่อมา ท้าวศิวะมหาเทพ ได้ประทานพรให้พระมเหสีองค์แรกมีพระโอรสเป็นน้ำเต้าทอง พระมเหสีองค์รองมีพระโอรสรูปงาม

 

 

 
 
 น้ำเต้าทอง พอแตกออกมีพระโอรสอยู่ภายในถึงหกหมื่น ล้วนมีนิสัยเกเรทำการระราน เป็นอันธพาลต่อมนุษย์และเทวดา ส่วนพระกุมารจากพระมเหสีรอง รูปงามเลยเป็นคนมักมากในเรื่องเพศตรงข้าม โดยไม่เลือกลูกเขาเมียใคร สุดท้ายต้องอาญาถูกประหารชีวิต โดยมีทายาทเกิดจากหญิงนางหนึ่ง นามอังศุมานตรา ราชาสาคร นำมาอุปการะในฐานะพระนัดดา

          ราชาสาคร ทำพิธีอัศวเมธ (บูชาม้า) ปล่อยม้าอุปการท่องเที่ยวไป ม้าไปถึงเมืองไหนเจ้าเมืองนั้นๆ ต้องส่งเครื่องราชบรรณาการเป็นสัญญาณแห่งการยอมเป็นเมืองขึ้น ถ้ามิส่งมา แสดงว่าประสงค์จะทำสงคราม ก็จะให้พระโอรสทั้งหกหมื่น ยกทัพไปตีเมืองนั้น ปรากฏว่า พิธีอัศวเมธ ครั้งหลัง ม้าอุปการได้สูญหาย ม้าไม่กลับมา บรรณาการก็ไม่มี จึงบัญชาให้พระโอรสทั้งหกหมื่นออกติดตาม โอรสเหล่านั้นคุกคามไปทั่วตามหัวเมืองน้อยใหญ่ลุกลามไปถึงทวยเทพรากษสและคนธรรพ์ แต่ก็ไม่พบม้าอุปการ วันหนึ่งไปพบหลุมลึกลับจึงพากันขุดค้นตามไปได้เห็นม้าอุปการอยู่ข้างๆ ฤาษีกบิล ด้วยความยโสโอหัง มิยอมฟังเหตุผลใด ใช้วาจาดูหมิ่นฤาษีกบิลอย่างหยาบหยามกระด้าง

 ฤาษีกบิลจึงลืมตาเป็นเปลวไฟเผาไหม้โอรสทั้งหกหมื่น กลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา ท่านนารถฤาษีเห็นเหตุการณ์นี้จึงเข้าเฝ้าเจ้าสาคร แล้วเล่าเรื่องราวให้สดับเจ้าสาคร เศร้าโศกเสียพระทัยมากรับสั่งให้อังศุมนตราไปนำม้ากลับมา

          อังศุมนตรา จรรยาดีมีสัมมาคารวะไปหาฤาษีกบิลด้วยความอ่อนน้อม ฤาษีมอบม้าให้แล้วบอกว่าถ้าราชาสาครอยากให้พระโอรสทั้งหกหมื่นขึ้นสู่สวรรค์ ต้องนำน้ำคงคาจากสวรรค์มาชำระล้างเถ้าถ่าน บาปจะหมดไป

          ราชาสาครได้สดับจึงมอบราชสมบัติให้นัดดาอังศุมนตรา แล้วออกบำเพ็ญตบะที่เขาหิมาลัย เพื่ออ้อนวอนให้คงคาเทพธิดาไหลมาสู่โลกมนุษย์ แม้จะบำเพ็ญอย่างแรงกล้าแต่คงคาเทวีก็ยังมิปรากฏ ผลจนที่สุดก็สิ้นอายุขัย

 อังศุมนตราเห็นพระอัยยิกาธิราชพากเพียรอย่างยวดยิ่งเพียรนั้น ก็พระราชทานราชสมบัติให้พระโอรสดีลิปะสืบสันติวงศ์ ตนเองก็ออกบำเพ็ญพรตเพื่อนอ้อนวอนพระแม่เทพคงคา จนสิ้นอายุขัยก็ไม่เป็นผล

          ดิลิปะได้สละราชสมบัติให้ภังคีรส พระโอรสสืบสันติวงศ์ ตนจึงออกมาบำเพ็ญพรต จนหมดอายุขัย ก็ไม่สำเร็จ

          ภังคีรส ได้มอบราชสมบัติให้ผู้สำเร็จราชการแทน แล้วตนเองออกบำเพ็ญเพียรตามบรรพบุรุษ สุดท้ายคงคาเทพนารีก็ปรากฏกาย ยินดีไหลลงสู่โลกมนุษย์ แต่กระแสน้ำจะแรงมากยากที่โลกทั้ง ๓ จะรับได้ ควรให้ท้าวมหาเทพศิวะมารับกระแสแห่งคงคา

          ภังคีรส จึงบำเพ็ญพรตต่อเพื่อขอความเมตตาจากท่านท้าวมหาเทพให้เป็นผู้มารับสายกระแสแม่คงคา ท่านท้าวมหาเทพก็เมตตายินดีรับคงคาที่ไหลจากสวรรค์ ลงมาสู่โลกมนุษย์โดยผ่านมวยผมของพระองค์

 สุดซาบซึ้งถึงตำนานการไหลมาของพระแม่คาคง มิน่าเล่า....! ชาวอินเดียพันกว่าล้าน จึงเชื่อมั่นว่าคือบันไดไปสู่สวรรค์ ล้างบาปอาบดื่ม บูชากราบไว้ได้อย่างสนิทใจ บางคณะมาจากแดนไกล ลำบากพากเพียรมา ขอให้ได้สัมผัสสักครั้งหนึ่งก็ซึ้งใจ แม้ชีพวายก็ไม่หวั่น นั่นคือ “ศรัทธา”

                    เพียรหนึ่งครั้งในชีวิต                       สมคิดสมมาตรปรารถนา

                    ได้ลงอาบ – ดื่มในคงคา                  แม้วายชีวาข้าฯ ก็ยอมฯ

 

 

 

ท่าทศวเมธ

          เป็นท่าสำคัญที่สุดของท่าน้ำทั้งหมดของแม่น้ำคงคา คำว่า ทศวเมธ แปลว่า การบวงสรวงด้วยม้า ๑๐ ตัว ในสมัยโบราณพระเจ้าเมืองพาราณสีทรงทำพลีกรรมด้วยการนำม้า ๑๐ ตัว มาประกอบพิธีบูชายัญ แล้วปล่อยไปตามเมืองต่างๆ ถ้าผ่านเมืองใดต้องยอมอยู่ใต้อำนาจ มิเช่นนั้นจะต้องรบกัน และเมื่อเสร็จจะฆ่าม้าทั้ง ๑๐ ตัวเสียเพื่อเป็นการบูชายัญ ด้วยเหตุนี้ท่าน้ำจึงเรียกว่า ท่าทศวเมธ  แม่น้ำคงคาที่เมืองพาราณสีมีทั้ง ๘๔ ท่า ท่าทศวเมธเป็นท่าที่ใหญ่ที่สุด ท่าเผาศพคือ มณิกรรณิการ์ฆาต ท่าสุดท้ายคือ ท่าอสี แต่ท่าที่นิยมมีอยู่ด้วยกัน ๕ ท่า เรียกว่า ปัญจดีรถะหรือปัญจติตถะ คือ

 

๑) ท่าทศวเมธ  ๒) ท่าปัญจคงคา  ๓) ท่ามณิกรรณิการ์  ๔) ท่าอสีสังคม  ๕) ท่าหริจันทะ

          แม่น้ำนี้ยาวจากต้นหิมาลัยถึงปากอ่าวเบงกอล บังคลาเทศ รวม ๑,๕๕๑ ไมล์ ประมาณ ๒,๕๕๐ กิโลเมตร และที่แม่น้ำนี้ พระเจ้าราชาแมนสิงห์ กษัตริย์เมืองพาราณสีได้สร้างหูดูดาว ขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๑๔๓  ปัจจุบันทรุดโทรมจนกรมโบราณคดีของอินเดียมาบูรณะ ต้องเสียค่าเข้าชม ๑๐๐ รูปี สำหรับชาวต่างชาติ

 
 มาทำไมคงคา

                    มา...บูชาพระบรมสารีริกธาตุ            มา...ดูการประกาศพระศาสนา

                    มา...ดูคนอาบ – สรงในคงคม           มา...ดูการวันทาดวงอาทิตย์

                    มา...ดูพิธีการปลงศพ                      มา...ดูการเคารพน้ำศักดิ์สิทธิ์

                    มา...ปลงสัจจะแห่งชีวิต                   มา...พินิจสองฝั่งอย่างเป็นธรรมฯ

-            คงคาที่เมืองพาราณสี มีลักษณะโค้งเสี้ยวพระจันทร์ คล้ายอยู่ที่พระนลาฏพระศิวะ

-            คงคาไหลจากใต้ – ไปเหนือ

-            แนวคิดการบูชาพระสุริยเทพแบบวิถีพุทธ

-            แนวคิดการบูชาคงคาแบบวิถีพุทธ

-            ลอยกระทงแบบวิถีพุทธ

 
 การเผาศพ

-            ท่ามณิกรรณิการ์ฆาต เผาศพมากที่สุด

-            คนทั่วไปผ้าห่อศพใช้สีเหลือง

-            หญิงสาวห่มผ้าขาว

-            คน ๕ ประเภท ไม่เผา คือ เด็ก – คนถูกงูกัด – ฟ้าผ่า – นักบวช และหญิงหม้ายตายทั้งกลมโดยศพถ่วงน้ำไปเลย

 
 โยมตั้งใจว่าจะช่วยทาสีด้วย 
แต่ช่วงจังหวะเวลาไม่ตรงกัน ต้องทาสีเวลาแดดร้อนจัดๆ

 

 

 

 

 เมืองสาวัตถี

มหานครแห่งคนดี

                    เมือง...เศรษฐีลือนาม                      เมือง...หญิงงามลือชื่อ

                    เมือง...มหาวิหารล่ำลือ                    เมือง...เลื่องลือโพธิ์อานนท์

                    เมือง...เดียรถีย์เสียท่า                     เมือง...๒๕ จำกาลฝน

                    เมือง...ปราบโหราจารย์พาลชน          เมือง...แสดงมงคล ๓๘ ประการ

                    เมือง...กฐินถูกยอยก                       เมือง...แสดงยมกปาฏิหาริย์

                    เมือง...จอมโจรรองคุลีมาล               เมือง...ตำนานพระสิวลี

                    เมือง...ธรณีสูบคนบาป                    เมือง...กำราบคนหมองศรี

                    เมือง...มากหมู่พระกุฎี                     เมือง...สร้างบารมี ศีล ทาน ภาวนาฯ

ทาราเมนดา ........ดีนานันท์   จารินดา  มาโนชย์  ......อานันท์ภันเต
 ประวัติศาสตร์เมืองสาวัตถี

-            เมืองสาวัตถีในสมัยพุทธกาล เป็นเมืองหลวงของแคว้นโกศล เจ้าผู้ครองนคร คือพระเจ้าปเสนทิโกศล พระพุทธองค์ได้เสด็จมานั่งประทับที่นี่ทั้งหมด ๒๕ พรรษา อยู่ที่เชตวันมหาวิหาร ๑๘ พรรษา และอยู่ที่บุพพาราม ๖ พรรษา มีประชากร ๗ โกฏิ ปัจจุบันเหลือเนื้อที่ประมาณ ๘๐ ไร่ ๓๒ เอเคอร์

-            พระพุทธเจ้าเสด็จไปสาวัตถีครั้งแรกปลายพรรษาที่ ๒ ต้นพรรษาที่ ๓

-            สิ้นสมัยพระเจ้าปเสนทิโกศล อำนาจแคว้นโกศลก็ลดลง

 -            สมัยของพระเจ้าอโศกมหาราช  วัดเชตะวันก็ยังคงเจริญรุ่งเรืองอยู่ พระองค์ได้เสด็จมาในปี พ.ศ.๒๓๖  พ.ศ.๒๔๐ ปักเสาอโศกไว้ที่นี้ มีหลักฐาน ๖ ต้น คือ ณ สถานที่แสดงยมกปกฏิหาริย์, เชตะวันมหาวิหาร บุพพาราม, บ้านของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี, บ้านขององคุลีมาล, ที่พระสารีบุตรได้แสดงธรรม

-            พ.ศ.๙๔๔-๙๕๓ หลวงจีนฟาเหียน ได้มาจาริกธรรม บันทึกว่าตัวเมืองถูกทิ้งร้างแต่พระเชตะวันยังเป็นสำนักสำคัญที่มีถึง ๗ขั้น

-            พ.ศ.๑๑๗๓-๑๑๘๖ หลวงจีนถังซัมจั๋งมาบันทึกว่าตัวเมืองร้างมานาน พระเชตะวันก็เริ่มมีพระสงฆ์น้อยลง ผู้คนก็น้อยลง

 -            พ.ศ.๑๓๙๐ พระเจ้ามหิปาละ ได้ทำการบูรณะวัดเชตะวันขึ้นมาใหม่

-            พ.ศ.๑๕๖๐ กองทพอิสลาม นำโดย มะหะหมัด ดัชนี ได้ยทัพมาทำลายล้างพระเชตะวัน

-            พ.ศ.๑๖๕๐ พระนางกุมาราชเทวี พระมเหสีของพรเจ้าโควินทจันทร์แห่งมหานครกาโนช ได้ทำการบูรณะใหม่

-            พ.ศ.๑๖๗๑ อิสลามในราชวงศ์ทาสปกครองอินเดีย ได้ยกทัพมาตีทำลายทุกสิ่งทุกอย่างฝังลงไว้ใต้พื้นปฐพีจนไม่เหลือซากใด ๆ ร้างหายไปเกือบ ๗๐๐ ปี

-            พ.ศ.๒๔๐๕ อเล็กซานเดอร์ คันนิ่งแฮม ได้มาสำรวจเมืองสาวัตถีขุดค้นหลักฐานตามบันทึกของท่านฟาเหียน และพระถังซัมจั๋ง

-            พ.ศ.๒๔๕๒ เซอร์จอร์น มาร์แชล ได้ขุดค้นพบหลักฐานทั้งหมดจนปรากฏ ณ ปัจจุบันนี้

 

 

 

 

 สถานที่สำคัญ

          ๑) วัดเชตะวันมหาวิหาร คนท้องถิ่นเรียกว่า “สาเหตุ” ๘) วัดบุพพาราม

          ๒) พระมูลคันธกุฎี                                             ๙) มิลลิกาอาศรม

          ๓) กุฎิเหล่าพระอรหันต์                                       ๑๐) บ้านท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี

          ๔) สังฆสภา                                                      ๑๑) สถานที่แสดงยมกปาฏิหาริย์

          ๕) ต้นโพธิ์อานนท์                                              ๑๒) ที่ธรณีสูบคนบาป

          ๖) ศาลาโรงธรรม                                               ๑๓) บ้านท่านปุโรหิตาจารย์บิดา

องคุลีมาล

          ๗) ตัวเมืองสาวัตถีเป็นเขตพระราชฐานของพระเจ้าปเสนทิโกศล คนท้องถิ่นเรียกว่า “มาเหต”

 ที่แสดงยมกปาฏิหาริย์

          เป็นจุดที่พระพุทธองค์แสดงยมกปกฏิหาริย์ปราบเดียรถีย์ หรืออีกนัยหนึ่งคือลัทธิเชนนั่นเอง ตั้งอยู่ริมถนนเข้าเมืองสาวัตถี ห่างจากพระเชตะวันประมาณ ๑ กิโลเมตร เป็นสภาพเนินดินที่ใหญ่โต เดิมเป็นสถูปที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชได้รับการขุดค้นไปแล้วบางส่วน

 พระเชตะวัน, อานนทโพธิ์

          เป็นอารามที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณแถบนี้ สร้างในบริเวณที่เดิมของเจ้าเชต  ซึ่งเป็นเชื้อสายของกษัตริย์องค์หนึ่งในสมัยพุทธกาล อนาถปิณฑิกะมีนามเดิมว่า สุทัตตะ เป็นพ่อค้าชาวเมืองสาวัตถี ได้ไปค้าขายที่เมืองราชคฤห์ และได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาจนบรรลุโสดาบัน จึงอาราธนาพระองค์มาโปรดชาวเมืองสาวัตถี เมื่อพระองค์เสด็จมาแล้ว จึงได้ซื้อที่ของเจ้าเชต ในเบื้องต้นถูกโก่งราคาอย่างหนักด้วยการให้เศรษฐีปูทองคำเต็มบริเวณเศรษฐ๊ทำตามจนเจ้าเชตทึ่งเห็นใจจึงขายให้พร้อมกับขอร้องให้ใช้นามตนเองตั้ง จนกลายเป็นเชตวนาราม พระองค์ประทับอยู่ที่นี่นานที่สุดถึง ๑๙ พรรษา ปัจจุบันอยู่ในเขตเมืองสราวัสดี จังหวัดสราวัสดี รัฐอุตตรประเทศ ปัจจุบันนิยมเรียกว่าศราวัสดี อันเป็นนามตามภาสันสกฤต ส่วนคำว่า สาวัตถี ตามนามบาลีมีคนรู้จักน้อยมาก ส่วนภายในพระเชตะวัน มีกุฎิปลูกสร้างอยู่มากมาย ทั้งพระมูลคันธกุฎีของพระพุทธเจ้า และอานนทโพธิ์ซึ่งพระมหาโมคคัลลานะนำมาจากพุทธคยามาปลูกไว้ที่นี่ จึงนับว่าเป็นต้นไม้ที่เก่าแก่มากที่สุดต้นหนึ่ง

 บ้านอนาถปิณฑิกเศรษฐี

          เป็นซากบ้านโบราณภายในเขตพระราชฐานเมืองสาวัตถี คำว่า อนาถปิณฑิกะ แปลว่า ผู้มีก้อนข้าวสำหรับผู้ไม่มีที่พึ่ง เป็นเศรษฐีที่มั่งคั่งที่สุดและยากจนที่สุดในคราวเดียวกัน เป็นมหาอุบาสกที่ค้ำชูพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า  เป็นผู้สร้างเชตะวันมหาวารถวายพระพุทธองค์ ปัจจุบันเหลือเพียรซากโบราณสถานให้เราได้เห็นกฎแห่งอนิจจัง

 บ้านท่านปุโรหิตาจารย์บิดาองคุลีมาล

          เชื่อกันว่าเป็นซากคฤหาสน์ของพราหมณ์ปุโรหิต  ผู้เป็นบิดาของจอมโจรองคุลีมาลหรืออหิงสกะ หลังจาก ๗ ขวบ  บิดาจึงให้ไปศึกษาศิลปวิทยาที่เมืองตักกศิลา

 

 

บอกบุญครับ เอาตามที่สะดวกเลยนะครับ. ตัวเงินมากน้อยไม่สำคัญนะครับ สำคัญที่ความตั้งใจ


ผมมาปฏิบัติธรรมที่พุทธคยาได้เกือบสัปดาห์แล้ว
เผอิญเพื่อนชาวอินเดียพาไปวัดไทยชื่อ 
“วัดไทยลัฏฐิวันมหาวิหาร” ตั้งอยู่ที่เมืองราชคฤห์ อยู่ห่างจาก
พุทธคยา  50 กม. เป็นวัดของพระมหาบุญสนอง เป็นผู้ริเริ่มสร้าง. มีแต่ห้องน้ำ ราวๆ 20 ห้อง ให้นักท่องเที่ยวชาวไทยใช้บริการเท่านั้น ที่วัดมีพระพุทธรูปหน้าตักเพียง 12 นิ้ว. ท่านพระอาจารย์บอกว่ามีเจ้าภาพพระประธานแล้ว รอแกะอีกหลายเดือนอยู่ ใครไปใครมาก็รู้สึกอายเหมือนกัน  คนไม่ค่อยมาทำบุญเท่าไหร่ เพราะเป็นวัดเล็กๆในชนบท
ผมก็เลยเชิญทุกท่านร่วมสร้างพระพุทธรูปองค์แรกของวัด หน้าตักประมาณ 30 นิ้ว สูงรวมฐานประมาณ 1.0 เมตร
เป็นหินเนื้อแข็งของอินเดีย. หากสะดวกสนใจร่วมทำบุญ ด้วยกันนะครับ

ขอชื่อก่อนพรุ่งนี้เย็น วันที่ 21 นะครับ เพราะต้องนำรายชื่อไปเขียนที่ใต้ฐานพระและจะนำไปถวายให้วัดในวันที่ 22 มีนาคมนี้ครับผม.      มาสร้างพระพุทธรูปถวายวัดกันครับ

 
อาตมาแบ่งปัจจัยจำนวนหนึ่งที่

ญาติโยมบริจาคมาทาสีมหาวิหารพุทธคยา
มาร่วมบุญถวายพระให้กับ "วัดไทยลัฎฐิวันมหาวิหาร" ด้วย

ทุกคนที่ร่วมทำบุญทาสีมหาวิหารพุทธคยา
มีส่วนร่วมสร้างพระถวายวัดไทยทุกคน 

 นำบุญมาฝากทุกท่านนะครับ  หากผมได้เขียนชื่อใครผิด หรือตกหล่นชื่อใครไป หรือบางชื่อไม่”คุณ”นำหน้า (เพราะกลัวเขียนไม่พอ) ต้องขอโทษมา ณ.โอกาสนี้ด้วยครับ ใช้เวลาเขียนทั้งหมดประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง  ตอนเที่ยงครึ่ง                                  ตาลายมั๊ก...มาก

 วัดบุพพาราม

          สร้างโดยวิสาขามหาอุบาสิกา ธิดาของธนัญชัยเศรษฐี เป็นหญิงที่สมบูรณ์ด้วยเบญจกัลยาณี อายุได้ ๗ ขวบ บรรลุเป็นพระโสดาบัน พระพุทธองค์มาประทับที่วัดนี้ถึง ๖ พรรษา ตรัสพระธรรมเทศนาหลายพระสูตร ปัจจุบันนี้ อารามถูกแม่น้ำอจิรวดีเซาะจนพังเกือบไม่เหลืออะไรเป็นหลักฐาน

 พระสูตรต่างๆ

          พระพุทธองค์ตรัสพระสูตรที่เมืองสาวัตถีทั้งสิ้น ๘๗๑ พระสูตร คือ เชตะวันมหาวิหาร ๘๔๔ พระสูตร นอกนั้นเป็นของบุพพาราม ๒๓ พระสูตร และของอื่นๆ อีก ๔ พระสูตร เป็นพระสูตรในสังยุตตนิกาย ๗๓๖ พระสูตร, มัชฌิมนิกาย ๗๕ พระสูตร, อังคุตตรนิกาย ๕๔ พระสูตร อละทีฆนิกาย ๖ พระสูตร เช่น มงค,สูตร, ธชัคคสูตร, ทสธัมมสูตร, สาราณียธรรมสูตร, อหิราชสูตร, เมตตานิสังสสูตร, ศิริมานนทสูตร, ธัมมนิยามสูตร, อปัณณกสูตร, อนุตตริยสูตร, พลสูตร, มัคควิภภังคสูตร, โลกธัมมสูตร, ทสนาถกรณธัมมสูตร, อัคคัปปสาทสูตร, ปธานสูตร, อินทริยสูตร, อริยชนสูตร และสัปปุริสธัมมสูตร ฯลฯ

 

 

 

 บุคคลสำคัญ

          ๑) พระเจ้าปเสนทิโกศล                                       ๗) พระกุมารกัสสปะ

          ๒) อนาถบิณฑิกเศรษฐี                                       ๘) พระพาหิยะเถระ

          ๓) วิสาขามหาอุบาสิกา                                       ๙) พระสิวสีเถระ

          ๔) องคุลีมาล                                                    ๑๐) เศรษฐีตีนแมว

          ๕) ปฏาจาราเถรี                                                ๑๑) ภิกษุชาวเมืองปาเฐยยรัฐ ๓๐ รูป

          ๖) กีสาโคตรมี                                                   ๑๒) วังคีสพราหมณ์

 การเดินชมเชตะวันฯ

          เขตสังฆวาส

          ๑) หมู่กฎิภิกษุชาวโกสัมพี                                    ๗) กุฎิพระโมคคัลลานะ

          ๒) หมู่กุฎิพระอุบาสี – ราหลุ                                 ๘) กุฏิพระองคุลีมาล

          ๓) ธัมมิการามที่พิจารณาอธิกรณ์ประจำวัด             ๙) กุฏิพระอานนท์

          ๔) เจดีย์อรหันต์ ๘ ทิศ ต้นกำเนิดสรภัญญะ             ๑๐) กุฏิพระสารีบุตร

          ๕) กุฎิพระสิวลีเถระ                                            ๑๑) อานนทโพธิ์

          ๖) กุฎิพระมหากัสสปะ                                        ๑๒) ราชิการาม คือ สำนักของภิกษุณี

 เขตพุทธาวาส

          ๑) พระคันธกุฎีฤดูหนาว                            ๔) ศาลาโรงธรรม (อุโบสถ)

          ๒) พระคันธกุฎีฤดูร้อน                              ๕) ธรรมสภา (สถานที่ฟังธรรมของชาวเมือง)

          ๓) พระคันธกุฎีฤดูฝน                               ๖) บ่อน้ำพุทธมนต์

 สาระธรรมสำคัญ

          ๑) มงคล ๓๘ ประการ                                         ๖) พรจากการถวายผ้ากฐิน

          ๒) อานิสงค์เมตตา ๑๑ ประการ                            ๗) การถวายผ้าอาบน้ำฝน

          ๓) เบญจกัลยาณี ๕ ประการ                                ๘) อาคันตุกภัตต์

          ๔) โอวาท ๑๐ ข้อ ที่ธนัญชัยเศรษฐีสอนวิสาขา         ๙) คมิกภัตต์

          ๕) ไม่ควรดูหมิ่น ๔ อย่างว่าเล็กน้อย (กษัตริย์ – งู – ไฟ – ภิกษุ        ๑๐) ศิลานภัตต์

 คำอธิษฐาน ที่พระมูลคันธกุฎี วัดพระเชตะวันมหาวิหาร

          ขอเดชะ ด้วยอำนาจบุญกุศล ที่ข้าพระพุทธเจ้าได้มาบูชาสักการะ พระมูลคันธกุฎี ที่พระเชตะวันมหาวิหารในวันนี้ ขอจงเป็นบารมีให้ได้รับพรอันประเสริฐ ๘ ประการ

          ๑) ขอให้มีรูปร่างผิวพรรณวรรณะดี                        ๒) ขอให้เป็นเศรษฐีมหาศาล

          ๓) ขอให้มีหลักฐานการงานมั่นคง                          ๔) ขอให้ดำรงในศีลทานภาวนา

          ๕) ขอให้มีปัญญาเยี่ยมยอด                                 ๖) ขอให้ปลอดภัยไร้ทุกข์โศก

          ๗) ขอให้โชคดีมีเกียรติยศ                                    ๘) ขอให้ลดละเลิกจองเวรกรรม

 

โหงวเฮ้ง คนมีบุญ
ภาพนี้เธอคงจะเป็นเจ้าภาพทาสี
องค์พระพุทธเมตตา ที่อยู่ชั้นล่าง พระมหาวิหารพุทธคยา

 

นำบุญมาฝากครั้งที่ 2 ครับ
วันนี้ได้เดินทางกลับมาที่
วัดไทยป่าฝ้ายอีกครั้ง ตั้งอยู่ที่เมืองสะสาราม. ซึ่งห่างจากพุทธคยา 120 กม. นำพระพุทธรูปหิน หนักประมาณ 100 กก.มาถวายให้พระอาจารย์ณัฐภูมิ. ครั้งหนึ่งท่านได้เป็นพระวิทยากรบรรยายเมื่อมา 4 สังเวชฯ ครั้งแรก
วันนี้ก็เป็นวัดใหม่อีกวัดหนึ่ง ที่กำลังเริ่มก่อสร้าง จึงได้เป็นตัวแทนทุกท่าน จัดนำพระพุทธรูปมาถวาย ไว้ให้คนที่แวะมากราบสักการะ
บุญกุศลอันเกิดจากเงินของท่านทั้งหลาย ในครั้งนี้ จงเป็นเหตุและปัจจัย ส่งผลให้ท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุข ความเจริญในธนสารสมบัติทั้งชาตินี้และทุกๆชาติสืบไป
และขอให้”ธรรมมา ค้าขึ้น”กันทุกครอบครัว นะครับสาธุ
 ราชอาณาจักรเนปาล

          เมือง...พุทธคุทยานุลุมพินี                          เมือง...มายาเทวีวิหาร

          เมือง...พระมหาบุรุษประสูติกาล                  เมือง...ปาฏิหาริย์ ๗ ก้าวบาทเดินจร

          เมือง...เปล่งอาสภิวาจา                              เมือง...เสาศิลาอโศกนุสรณ์

          เมือง...เสด็จนิวัติพระนคร                          เมือง...เวสสันตรบำเพ็ญบารมีทาน

          เมือง...เย็นกาย – ใจใต้ร่มโพธิ์ศรี                 เมือง...โบกขณีสุขเกษมศานดิ์

          เมือง...มรดกโลกจักรวาล                           เมือง...ภาพโบราณล้ำค่าคู่บุรินทร์

          เมือง...ราชกุมารีบารมีล้ำ                           เมือง...หัตถกรรมงามศาสตร์ – ศิลป์

          เมือง...EVEREST สุดยอดศิขรินทร์              เมือง..น้อมจินต์กราบที่ประสูติพระพุทธองค์ฯ

 ข้อมูลเนปาลโดยสังเขป

-            ปี พ.ศ.๒๔๙๓ ได้แบ่งปันดินแดน ลุมพีนีจึงตกอยู่ในเขตปกครองของเนปาล

-            เนปาลเป็นดินแดนของชาวเนวารี มีประชากรประมาณ ๒๓ ล้านเศษ

-            คนในประเทศพูดภาษาเนปาลี ๕๒% มีพื้นที่ ๑๔๕,๓๑๙ ตารางกิโลเมตร

-            ความยาวจากตะวันออกถึงตะวันตก ๔๘๕ กิโลเมตร และเหนือจรดใต้ ๑๖๐ กิโลเมตร

-            พื้นที่เป็นภูเขา ๓๒%, ป่า ๑๔ % ,ที่เพาะปลูก ๑๓ %, แม่น้ำ ๔๑%

-            ผู้คนนับถือฮินดู ๗๖%, พุทธ ๘%, อิสลาม ๓%, คริสต์ ๕๐,๐๐๐ คน

-            องค์กรอิสระกล่าวว่า คนนับถือพุทธสูงกว่า ๔๐%

 -            รายได้เข้าประเทศปีละ ๖๐ ล้าน US จากนักท่องเที่ยว, หัตถกรรม, ทหารกูรซ่า และนักรบรับจ้าง

-            มีเขาสูงที่สุดในโลกคือ EVEREST สูง ๘,๘๔๘ เมตร = ๒๙,๐๒๘ ฟุต

-            เวลาเร็วกว่าอินเดีย ๑๕ นาที ไม่มีทางออกทะเล

-            อัตราการแลกเปลี่ยน ๑๐๐ RS. อินเดีย = ๑๖๐ RS. เนปาล

-            เงินอินเดียนำไปใช้ในเนปาลได้ แต่เงินเนปาลนำมาใช้ในอินเดียไม่ได้

-            เนปาลภูมิใจในความเป็นเนปาล ๒ ประการ คือ

๑) พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประสูติในประเทศนี้     

๒) ภูเขาที่สูงที่สุดในโลกอยู่ในประเทศนี้

 
 ลุมพินี  เป็นสถานที่ประสูติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในสมัยนั้นเป็นพระราชอุทยาใช้สอยร่วมกันระหว่างเมืองกบิลพัสดุ์กับเมืองเทวทหะ ดังปรากฏในพุทธประวัติที่เราทราบชัด และศึกษากันมาแล้ว

ลุมพินี  ปัจจุบัน ได้ค้นพบเมื่อ พ.ศ.๒๔๓๘ โดย เซอร์อะเล็กซานเดอร์ คันนิ่งแฮม อธิบดีกรมการโบราณสถานของอินเดีย เพราะเหตุที่ได้พบหลักศิลาจารึกที่พระเจ้าอโศกมหาราชปักไว้ อักษรพรหมีที่จารึกอยู่แปลเป็นไทย ได้ความว่า “ในปีที่ ๒๐ แห่งราชการพระเจ้าเทวานัมปิยทัสสี พระองค์ได้เสด็จมาด้วยพระองค์เอง กระทำสักการบูชา ณ สถานที่นี้ ซึ่งเป็นที่ประสูติองค์พุทธศากยมุนี ทรงสร้างรูปวิคฑะด้วยศิลา และทรงปักหลักศิลานี้ขึ้นไว้ เพื่อแสดงว่า สมเด็จพระผู้มีพระภาคทรงประสูติ ณ ที่นี้ โปรดให้งดเก็บภาษีอากรที่หมู่บ้านลุมพินีและโปรดให้เรียกเก็บพืชผลแต่เพียง ๑ ใน ๘ ส่วน”

รูปวิคฑะนั้น ตามจดหมายของหลวงจีนถังซำจั๋ง ว่าเป็นรูปม้า ซึ่งหักตกลงมาอยู่กับพื้น

 

 

 

 

 มายาเทวีวิหาร เป็นอาคารใหญ่ สร้งครอบแผ่นศิลารอยพระพุทธบาทที่ขุดค้นพบเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๙ และมีศิลาแกะสลักรูปการประสูติของสิทธัตถราชกุมาร พระนางสิริมหามายาพุทธมารดายืนเหนี่ยวกิ่งสาละ

 สระโบกขรณี เป็นสระน้ำใสสะอาด ได้รับการบูรณะดูแลเป็นอย่างดี เชื่อว่าเป็นที่สรงสนามพระวรกายแห่งมหาบุรุษและพุทธมารดา ในวันประสูติกาล

 ประวัติศาสตร์ลุมพีนี       

-            ลุมพินี คือ พุทธอุทยานแห่งชาติ สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า ปัจจุบันอยู่ในตำบลรุมมินเด จังหวัดไพราว่า หรือสิทธัตถนคร

-            สมัยปฐมโพธิกาล ตั้งอยู่ระหว่างเมืองกษิลพัสดุ์และเทวทหะต่อกัน

-            ก่อนพุทธศก ๔๐ ปีเศษ พระบรมศาสดาเสด็จผ่านเพื่อเดินทางไปกรุงกบิลพัสดุ์เพื่อโปรดพระประยูรญาติ

-            ประมาณ พ.ศ. ๒๓๘ พระเจ้าอโศกมหาราชได้เสด็จธรรมยาตรา โดยมีพระโมคคัลลีบุตรดิสสเถระนำเสด็จ มาสักการะสถานที่ประสูติของพระพุทธองค์ ปักเสาศิลาพร้อมสลักภาษาพรหมี พร้อมสร้างสถูปบูชาสักการะไว้

-            ประมาณ พ.ศ.๙๔๒-๙๕๗ หลวงจีนฟาเหียนเดินทางมาจาริกธรรม มีบันทึกว่า มาถึงลุมพินีวันเห็นพระสงฆ์ทรงวัตร ปฏิบัติน่าศรัทธาเลื่อมใสอยู่เป็นจำรวนมาก เห็นพระเจดีย์เก่าและสังฆาราม บ่อน้ำใสสะอาด ข้างๆ พระเจดีย์มีเสาอโศกปักอยู่

 -            ประมาณ พ.ศ. ๑๒๘๐-๑๓๐๐ หลวงจีนถึงซัมจั๋งมาสืบพระศาสนา เดินทางมาสักการะสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า พบเสาอโศก บันทึกว่า เดิมมีรูปม้าหินตั้งอยู่บนฐานบัว

-            พ.ศ. ๒๓๗๓-๒๓๘๐ MR.เจมส์ ปริ้นเชป นักโบราณคดีอังกฤษ เป็นผู้อ่านอักษรพรหมี ที่จารึกบนเสาหินพระเจ้าอโศกสำเร็จ ต้องใช้เวลานานถึง ๗ ปี

-            เสาอโศกที่ลุมพินี ค้นพบครั้งแรกเมื่อ ๑ ธันวาคม ๒๔๓๘ โดย ดร.ฟีอห์เรอร์ แฮนตั้น ขณะพบถูกอิฐ หิน ดิน ปูนเก่า ทับถมสูงหลายฟุต อักษรพรหมีอยู่สูงเหนือระดับดินปกติถึง ๑๔ ฟุต เสาสูง ๒๖ ฟุต ๖ นิ้ว, ๘ ฟุต ๖ นิ้ว ฝังอยู่ในดิน เดิมสูงถึง ๗๐ ฟุต ส่วนกลมวัดได้ ๗ ฟุต ๓ นิ้ว

-            พ.ศ.๒๕๓๙ (๔ ก.พ.) รื้อมายาเทวีวิหารหลังเก่า เพื่อค้นหาโบราณวัตถุสำคัญ และพบแผ่นศิลาขนาด ๕ x ๕ นิ้ว นักสำรวจเชื่อว่า เป็นหลักฐานสำคัญสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชสร้าง ยืนยันการเสด็จพระราชดำเนิน ๗ ก้าว ตอกย้ำความชัดเจนทางประวัติศาสตร์

-            พ.ศ.๒๕๔๗ เปิดมายาเทวีวิหารหลังใหม่ให้เข้าสักการะ แผ่นศิลาพระพุทธบาทที่พระเจ้าอโศกมหาราชนำมาประดิษฐานไว้

 สถานที่สำคัญ

          ๑) เสาหินพระเจ้าอโศกมหาราช                  ๗) มณีโบกขรณี

          ๒) แม่น้ำโรหินี                                         ๘) สระโบกขรณี

          ๓) มายาเทวีวิหาร                                    ๙) นิโครธาราม

          ๔) กุรงเทวทหะ                                        ๑๐) วัดพุทธนานาชาติ

          ๕) กรุงกบิลพัสดุ์                                      ๑๑) พุทธอุทานแห่งชาติลุมพินี

          ๖) วัดไทยลุมพินีวัน (๒๕ ศตวรรษ) อูถั่น ชาวพุทธพม่าเลขาธิการองค์การสหประชาชาติปรารถเชิญ

 

 

 

 

 บุคคลสำคัญ

          ๑) เจ้าชายสิทธัตถราชกุมาร-พระนางพิมพา-พระราหุล                  ๗) อสิตดาบส

          ๒) พระเจ้าสุทโธทนะ-พระนางสิริมหามายา-พระนางปชาบดีโคตรมี  ๘)พระเทวทัตต์

          ๓) เจ้าชายนันทะ                                               ๙) สันดุสิตเทพบุตร

          ๔) กาฬุทายีอำมาตย์                                    ๑๐)พระอัญญาโกณทัญญะ

          ๕) เหล่าศากยราชออกบวช                                  ๑๑) กบิลดาบส ราชา

          ๖) เจ้าหญิงโรหินี                                                ๑๒) สุปปพุทธะ

 ภาพนี้เป็นหินแกะสลักที่อยู่หน้าวิหาร
บริเวณประตูเข้าออกคนเหยียบย่ำผ่านไปก็ผ่านมา
ไม่รู้ว่ามีความหมายว่าอย่างไร

สาระธรรมสำคัญ

          ๑) พระเวสสันดรชาดก                                        ๘) การเสด็จพระราชดำเนิน ๗ ก้าว

          ๒) บุพพนิมิต ๕                                                 ๙) ทวีปใหญ่ทั้ง ๔ ทวีป

          ๓) มหาวิโลกนะ ๕                                             ๑๐) ทำไมต้องเกิดที่ลุมพินีวัน

          ๔) สุบินนิมิตของพระแม่เจ้าสิริมหามายา                ๑๑) บารมี ๑๐ (พุทธการกธรรม)

          ๕) เหตุการณ์การประสูติกาล                                ๑๒) โกลาหล ๕

          ๖) พระดำรัสตรัสเกี่ยวกับการประสูติ                     ๑๓) ปัญจมหาบริจาค

          ๗) อาสภิวาจา

 ทวีป ๔       

          ทวีป คือ เกาะหรือแผ่นดินที่มีน้ำล้อมรอบเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์และสัตว์ ในจูฬนิกาสูตรได้แสดงไว้ในจักรวาลมี ๔ ทวีป คือ

          ๑. ชมพูทวีป  หรือประเทศอินเดียอยู่ทางทิศใต้ มีภูเขาสิเนรุเป็นจุดศูนย์กลาง ใบหน้ามนุษย์มีลักษณะเป็นสามเหลี่ยม ลักษณะพิเศษ ๒ ประเภท

                    ๑.๑ เป็นทวีปที่มีพระอรหันต์ พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า ได้มาบังเกิดในทวีปนี้เท่านั้น

                    ๑.๒ เป็นประเทศที่มีต้นหว้าเป็นสัญลักษณ์

 ๒. อมรโคยานทวีป ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก ใบหน้าของมนุษย์มีลักษณะค่อนข้างกลม

          ๓. อุตตรกุทวีป ตั้งอยู่ทางเหนือใบหน้าของมนุษย์มีลักษณะ ๔ เหลี่ยม พระพุทธเจ้าเคยเสด็จบิณฑบาตมายังทวีปนี้

          ๔. บุพพวิเทหทวีป ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของภูเขาสินเนรุ ใบหน้าของมนุษย์จะมีลักษณะเหมือนพระจันทร์ตัด หรือบาตรที่วางในลักษณะเอียงตะเคง

 

 

 

 

 

 โกลาหล ๕ (ปัญจโกลาหล)

          คำว่า “โกลาหล” คือ ความเอิกเกริกหรืออลหม่าน เกิดจากความสงสัยสบสนมี ๕ ประการคือ

          ๑. พุทธโกลาหล         หมายถึง         การเกิดความโกลาหล ก่อนพระพุทธเจ้าจะอุบัติ ๑ แสนปี

          ๒. กัปปโกลาหล        หมายถึง         การเกิดความโกลาหล ก่อนกัปจะพินาศ ๑ หมื่นปี

          ๓. มงคลโกลาหล       หมายถึง         การเกิดความโกลาหล ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะแสดงมงคล ๑๒ ปี

          ๔. จักรวรรดิโกลาหล   หมายถึง         การเกิดความโกลาหล ก่อนพระเจ้าจักรพรรดิจะอุบัติขึ้น ๑๐๐ ปี

          ๕. โมเนยยโกลาหล    หมายถึง         การเกิดความโกลาหล ก่อนที่จะมีคนถามถึงโมเนยยปฏิบัติ ๗ ปี

 ปัญจมหาบริจาค

          ๑) ทรัพย์        ๒) อวัยวะ      ๓) บุตร          ๔) ภรรยา       ๕) ชีวิต

 
 การได้รับพยากรณ์

          พระสมณะโคดม ได้รับพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าในอดีต ๒๓ พระองค์

          ๑. ทีปังกร                 คราวเกิดเป็น   สุเมธดาบส                         ที่เมือง อมรวดีนคร

          ๒. โกณทัญญะ          คราวเกิดเป็น   พระเจ้าจักรพรรดิวิชิตาวี        ที่เมือง จันทวดีนคร

          ๓. มังคละ                คราวเกิดเป็น   สุรุจิพราหมณ์                      ที่เมือง หมู่บ้านสุรุจิ

          ๔. สุมนะ                  คราวเกิดเป็น   พญานาคอตุละ                   ที่เมือง นาคพิภพ

          ๕. เรวตะ                  คราวเกิดเป็น   อติเทวพราหมณ์                  ที่เมือง รัมมวดีนคร

          ๖. โสภิตะ                 คราวเกิดเป็น   สุชาตพราหมณ์         

          ๗. อโนมทัสสี            คราวเกิดเป็น   เสนาบดียักษ์

          ๘. ปทุมะ                 คราวเกิดเป็น   สีหนาคราช    

          ๙. นารทะ                คราวเกิดเป็น   ดาบสทรงอภิญญาสมบัติ ๘

          ๑๐. สุเมธะ               คราวเกิดเป็น   อุตตรมานพ

 
 ๑๑. สุชาตะ              คราวเกิดเป็น   พระเจ้าจักรพรรดิ

          ๑๒. ปิยทัสสี             คราวเกิดเป็น   พราหมณ์กัสสปะ

          ๑๓. อัตถทัสสี           คราวเกิดเป็น   สุสีมพราหมณ์มหาศาล

          ๑๔. ธัมมทัสสี           คราวเกิดเป็น   ท้าวสักกะเทวราช

          ๑๕. สิทธัตถะ           คราวเกิดเป็น   มังคลพราพมณ์                   ที่เมือง สุรเสนนคร

          ๑๖. ติสสะ                คราวเกิดเป็น   สุชาตราชา                          ที่เมือง ยสวดีนคร

          ๑๗. ปุสสะ               คราวเกิดเป็น   วิชิตาวีกษัตริย์                     ที่เมือง อมิทมนคร

          ๑๘. วิปัสสี                คราวเกิดเป็น   พญานาคอตุละ                  

          ๑๙. สีซี                    คราวเกิดเป็น   อมรินทมราชา                     ที่เมืองปริภูตนคร

          ๒๐. เวสสภู               คราวเกิดเป็น   สุทัสสนราชา                       ที่เมืองสรภตีนคร

          ๒๑. กกุสันธะ            คราวเกิดเป็น   เขมะราชา      

          ๒๒. โกนาคมนะ        คราวเกิดเป็น   ปัพพตราชา                        ที่เมือง มิถรา

          ๒๓. กัสสปะ             คราวเกิดเป็น   โชติลมานพ                         ที่เมือง พาราณสี

 
 พิธีกรรม

          ๑. อธิบายสถานที่

          ๒. การโน้มน้าวน้ำใจให้เกิดศรัทธา ก่อนสักการะ เช่น

          ณ สถานที่นี้ คือ ปฐพีที่รับรองพระบาทแห่งมหาบุรุษ เราพึงรักษาจิตให้ผ่องผุดบริสุทธิ์จากความโลภโกรธ หลง และมีความศรัทธาที่มั่นคงในองค์พระรัตนตรัย ภาคภูมิใจที่ได้มาเห็น นี่ถือว่าเป็นบุญกุศลแก่ตนเองและวงศ์ตระกูล ที่ได้เทิดทูนคุณพระพุทธศาสนามาตั้งแต่บรรพบุรุษ ยังกุศลให้บังเกิดแก่ดวงปัญญาว่าเสาศิลาเบื้องหน้าเรานี้ คือ สถานที่อุบัติของพระศาสดาเอกของโลก ให้ชื่นอกชื่นใจปีติปราโมทย์ว่า

 

 

 

 

 -            เราได้กราบที่เกิดของลูกผู้ประเสริฐ เกิดมาไม่เคยทำให้แม่เสีย และเสียน้ำตา

-            เราได้กราบที่เกิดแห่งบิดา ผู้ให้อริยทรัพย์แก่ลูกได้

-            เราได้กราบที่เกิดของพี่ผู้มีน้ำใจพาน้องทั้งหลายข้ามวัฎสงสาร

-            เราได้กราบที่เกิดของสามีที่นำศรีภรรยาถึงฝั่งพระนิพพาน

-            เราได้กราบที่เกิดของพระบรมศาสดาจารย์ ปัญญาล้ำค้ำโลกทำให้พ้นโศกตรม

กราบให้สมกับความลำบากตรากตรำ ข้ามน้ำ ข้ามทะเล มาแสนไกล กราบให้เต็มอิ่มทุกห้วงดวงหทัยนำบุญใหญ่กลับไปฝากพ่อแม่ ลูกหลาน และว่านวงศ์ ของทุกท่านทำจิตมั่นคง ดำรงสติให้แน่วแน่ แผ่เมตตาให้กว้างไกล แล้วตั้งใจไหว้พระ โปรดว่าตาม ณ บัดนี้... (นำสักการะสถานที่ประสูติพระพุทธองค์ไปตามลำดับฯ
 ๓. นำไหว้พระสักการะสวดบทพุทธคุณ ธรรมคุณ และสังฆคุณ, พระพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์, บารมี ๑๐ เป็นต้น

๔. นำนั่งสมาธประมาณ ๙ นาที แล้วอธิบายเรื่องการเกิด........

๕. นำแผ่เมตตาอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล

๖. อธิฐานบารมี ไหว้พระ บันทึกาพ (เสร็จภาคพิธีกรรม)

 คำอธิษฐาน ณ สถานที่ประสูติ ลุมพินี

          อัคโคหะมัสมิ โลกัสสะ เสฎโฐหะมัสมิ โลกัสสะ เชฎโฐหะมัสมิ โลกัสสะฯ

          ขอเดชะ ข้าพระเจ้า ขอน้อมตั้งจิตอธิฐาน ด้วยอำนาจบุญกุศล ที่ได้บูชาสักการะ สถานที่ประสูติของพระพุทธองค์ ที่ลุมพินีวันในวันนี้ ขอจงเป็นบารมี ให้ได้รับพรอันประเสริฐ ๗ ประการ

          ประการที่ ๑    ขอให้ธุรกิจก้าวหน้า

          ประการที่ ๒    ขอให้การค้าร่ำรวย

          ประการที่ ๓    ขอให้รูปสวยโสภา

          ประการที่ ๔    ขอให้ปัญญาเลิศล้ำ

          ประการที่ ๕    ขอให้ได้ต้ำชูวงศ์ตระกูล

          ประการที่ ๖    ขอให้ได้เทิดทูลพระพุทธศาสนา

          ประการที่ ๗    ขอให้บุตรธิดาเป็นคนดีมีศีลธรรม

          ทั้งในชาตินี้และชาติหน้า ตลอดชาติอย่างยิ่ง จนถึงความพ้นทุกข์ คือพระนิพพานเทอญฯ

 
 

 

 

 

 

 
 
 
 
 

 

 

 

 ภาพแกะสลักที่บันไดขึ้น-ลงขั้นแรกท่าน้ำเนรัญชรา

 สมัยก่อนชาวพุทธเจริญรุ่งเรืองมาก
วัดวาอารามเต็มไปหมด
พระเจ้าอโศกให้สร้างวัดจำนวน 8 หมื่น 4 พันวัด
 หินที่ใช้แกะสลักก็เป็นหินแกรนิตสีดำอย่างดี
 พอหมดยุคก็เอาหินไปทำสะพานบ้าง 
ถมที่บ้าง
 
 

 

 

 
 
 
 
 
 
 
 แต้จิ๋วอ่าน  หุก กวง โพว เจี่ย
จีนกลางอ่าน  ฝา กวง ผู่ จ้าว
แปลว่า  แสง ธรรม ส่อง จรัส
  บัวดอกตรงกลาง คงหมายถึง 
     ท่านอรหันต์ อัญญาโกณฑัญญะ

 

 

 

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

 

 

 

 
 
แต้จิ๋วอ่าน  หุก กวง โพว เจี่ย
จีนกลางอ่าน  ฝา กวง ผู่ จ้าว
แปลว่า  แสง ธรรม ส่อง จรัส
  บัวดอกตรงกลาง คงหมายถึง 
     ท่านอรหันต์ อัญญาโกณฑัญญะ

 
 
 
 
 

 

 

 

 

 

 
 
 
 
 

 

 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

 

 
 
 
 
 
 
 
 

 

ถ่ายรูปกับท่านดีนานันท์ (Dee na nand)
เจ้าอาวาสที่ดูแลวิหารพุทธคยา

 

 

 

 
 ทำไมต้องไปอินเดีย
 
 
เมนูอาหารที่วัดไทยพุทธคยา 
 
 

 

 

 
 
 
 
 

 

 

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

 
 
 
 
 

 

 

 

 
 
 
 
 
 

 

 

 

 
 
 
 
 
 
 
 
ถูกเขาด่า 
ถูกเขาทำร้าย
ถูกเขาฆ่าตายก็ห้ามต่อสู้
เพราะว่าเราคือลูกของพระตถาคต

 

 

 

เทียนเต็ก ซินแส

"มีคนเขาว่ามาอินเดีย  เพื่อไหว้พระรับพร  
แต่ไปเมืองจีนเพื่อไหว้เจ้ารับโชค"
วันนี้มีเรื่องเบาๆมาเล่าสู่กันฟังเพื่อความสนุกสนาน
ให้กับผู้ที่คิดว่าจะเดินทางจาริกไปยังดินแดนพุทธิภูมิ  
ตามรอยพระศาสดา  
  สาธารณรัฐอินเดีย
และสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล
จากการสอบถามผู้ที่ได้เดินทางร่วมมากับคณะ
ประมาณหลายสิบคนว่า
เพราะใดจึงได้เดินทางมากับทัวร์คณะนี้
 ได้รับคำตอบว่าเป็นเพราะทัวร์คณะนี้มีราคาแพงที่สุด
      ได้สอบถามต่อไปอีกว่า
เมื่อรู้ว่ามันแพงแล้วทำไมยังเลือกมากับทัวร์คณะนี้
    ได้รับคำตอบว่าที่เลือกมากับทัวร์คณะนี้ก็เพราะว่ามันแพงนะซิ
  ก็เลยทราบว่าโยมคณะนี้เลือกเดินทางมากับ
ทัวร์ที่มีราคาแพงเป็นอันดับแรก
 ส่วนการบริการจะดีหรือไม่ดีไว้เป็นอันดับหลัง
(คิดว่าของแพงต้องดี)

  

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

 


สถานที่ที่คนส่วนมากมองข้าม
https://www.facebook.com/TiantekPro/videos/1889481394456511/


พระพุทธรูปที่ถูกกลบเอาไว้
 https://www.facebook.com/TiantekPro/videos/1890783540992963/
 
 
 
 
 
 
 

 




โครงการปฏิบัติธรรมและบำเพ็ญบุญต่างๆ

เทียนเต็ก ซินแส ปฏิบัติธรรมที่สวนโมกขพลาราม
เทียนเต็ก ซินแส ปฏิบัติธรรมบนพระมหาเจดีย์พุทธคยาชั้นสอง ครั้งที่ ๑๘ (คริก) article
เทียนเต็ก ซินแส ปฏิบัติธรรมบนพระมหาเจดีย์พุทธคยาชั้นสอง ครั้งที่ ๑๙ (คริก)
เทียนเต็ก ซินแส ปฏิบัติธรรมบนพระมหาเจดีย์พุทธคยาชั้นสอง ครั้งที่ ๑๖ (คริก)
เทียนเต็ก ซินแส ปฏิบัติธรรมบนพระมหาเจดีย์พุทธคยาชั้นสอง ครั้งที่ ๑๕ (คริก)
เทียนเต็ก ซินแส ปฏิบัติธรรมบนพระมหาเจดีย์พุทธคยาชั้นสอง ครั้งที่ ๑๔ (คริก)
เทียนเต็ก ซินแส ปฎิบัติธรรมแดนพุทธภูมิครั้งที่ 13 "ถ้ำอชันต้า เอลโลร่า" (คริก)
เทียนเต็ก ซินแส ปฏิบัติธรรมบนพระมหาเจดีย์พุทธคยาชั้นสอง ครั้งที่ ๑๒ (คริก)
เทียนเต็ก ซินแส ปฎิบัติธรรมแดนพุทธภูมิเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ครั้งที่ 11 (คริก)
คิดดี พูดดี ทำดี คบคนดี ไปสู่สถานที่ดี
เทียนเต็ก ซินแส ปฏิบัติธรรม นำพระบรมสุขขึ้นประดิษฐานบนพระธาตุพนม (คริก)
เทียนเต็ก ซินแส เชิญชวนชาวพุทธร่วมสร้างเจดีย์ที่วัดแดงประชาราษฏร์ (คริก) article
เทียนเต็ก ซินแส ถวายผ้าไตร "องค์พุทธเมตตา" 1ธ.ค.2552 ที่พุทธคยา(คริก) article
เทียนเต็ก ซินแส แนะนำชุมชนพุทธในประเทศอินเดีย (คริก)
เทียนเต็ก ซินแส ปฏิบัติธรรมแดนพุทธภูมิ "ส่งแม่สู่สรวงสวรรค์" (คริก)
เทียนเต็ก ซินแส ปฏิบัติธรรมที่ประเทศญี่ปุ่น ช่วงเเกิดแผ่นดินไหวโอซาก้า (คริก)
เทียนเต็ก ซินแส ปฏิบัติธรรมที่ประเทศศรีลังกา ๒๑-๓๑ ม.ค. ๒๕๖๑ (คริก)
เทียนเต็ก ซินแสปฎิบัติธรรมแดนพุทธภูมิเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ครั้งที่ 11 ตอน 2
เทียนเต็ก ซินแส เชิญชาวพุทธดาวโหลด หนังสือธุดงค์อินเดียฟรี. (คริก)
เทียนเต็ก ซินแส อบรมเป็นพระวิปัสสนาจารย์ ที่เขาใหญ่ 45วัน ครั้งที่ 1 (คริก)
เทียนเต็ก ซินแส อบรมเป็นพระวิปัสสนาจารย์ ที่เขาใหญ่ 45วัน ครั้งที่ 2 (คริก)
เทียนเต็ก ซินแส อบรมเป็นพระวิปัสสนาจารย์ ที่เขาใหญ่ 45 วัน ครั้งที่ 3. (คริก)
เทียนเต็ก ซินแส ปฏิบัติธรรมที่ประเทศ ภูฏาน วันที่ 22 -26 ส.ค. 2557 (คริก)
เทียนเต็ก ซินแส ปฏิบัติธรรมที่ประเทศ ภูฏาน วันที่ 22 -26 ส.ค.2557 (คริก)
เทียนเต็ก ซินแส ปฏิบัติธรรมประเทศพม่าครั้งที่ 3 เยี่ยมชมพุกาม
เทียนเต็ก ซินแส เดินทางไปปฏิบัติธรรมที่ประเทศพม่า ครั้งที่ 2
เทียนเต็ก ซินแส เดินทางไปปฏิบัติธรรมที่ประเทศพม่า ครั้งที่ ๑
เทียนเต็ก ซินแส เดินทางไปปฏิบัติธรรมที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ครั้งที่ ๑
เทียนเต็ก ซินแสปฎิบัติธรรมบนมหาเจดีย์พุทธคยา และร่วมสาธยายพระไตรปิฏกครั้งที่ 10
เทียนเต็ก ซินแส ร่วมสาธยายพระไตรปิฎกนานาชาติครั้งที่ 10
เทียนเต็ก ซินแสปฎิบัติธรรมแดนพุทธภูมิครั้งที่ 9 วันที่ 27ม.ค.-7ก.พ.57
เทียนเต็ก ซินแสร่วมสาธยายพระไตรปิฎกนานาชาติ ครั้งที่ ๘ วันที่ 30 พ.ย. - 9 ธ.ค.56
เทียนเต็ก ซินแสปฏิบัติธรรม แดนพุทธภูมิเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ครั้งที่ 8 วันที่30พ.ย.-8ธ.ค.56
เทียนเต็ก ซินแส เศร้าใจต้นพระศรีมหาโพธิ์พุทธคยาหักโค่น
เทียนเต็ก ซินแสปฏิบัติธรรมแดนพุทธภูมิครั้งที่ 7 เพื่อเป็นพุทธบูชา 25พ.ย.-4ธ.ค.55
เทียนเต็ก ซินแสปฏิบัติธรรมแดนพุทธภูมิครั้งที่.6 เพื่อเป็นพุทธบูชา 20-27 มี.ค.55
เทียนเต็ก ซินแสปฏิบัติธรรมแดนพุทธภูมิ ครั้งที่.5 วันที่ 29 ม.ค.-6 ก.พ. 55
เทียนเต็ก ซินแสอัญเชิญน้ำพระพุทธมนต์ และมวลสารศักดิ์สิทธิ์จากประเทศจีน พ.ศ.51 article
เทียนเต็ก ซินแสขอเชิญร่วมปฏิบัติธรรมแดนพุทธภูมิ เป็นพุทธบูชา 2553 (คริกดูรายละเอียด)
เทียนเต็ก ซินแสปฏิบัติธรรมอินเดีย-เนปาล หลั่งน้ำตาที่กุสินารา 20-27พ.ย.53
เทียนเต็ก ซินแสปฏิบัติธรรมพุทธคยา ถวายผ้าไตร "พระพุทธเมตตา" 20-27พ.ย.53
เทียนเต็ก ซฺนแสปฏิบัติธรรมแดนพุทธภูมิ ลุมพินีวัน สถานที่ประสูตรพระพุทธเจ้า 20-27 พ.ย. 53
เทียนเต็ก ซินแสปฏิบัติธรรมอินเดีย-เนปาล สถานที่ทรงแสดงปฐมเทศนา 20-27 พ.ย. 53
เทียนเต็ก ซินแสปฏิบัติธรรมอินเดีย- เนปาล สังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่ง 20-27 พ.ย. 53
เทียนเต็ก ซินแสปฏิบัติธรรมครั้งที่ ๓ ตามรอยบาทพระศาสดา วันที่ 20-27 พ.ย. 53
เทียนเต็ก ซินแสปฏิบัติธรรมแดนพุทธภูมิ มหาวิทยาลัยนาลันทาภาค 2 (คริก)
เทียนเต็ก ซินแสเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ที่เขาคิชฌกูฏ 2ธ.ค.52 (คริก)
เทียนเต็ก ซินแสปฏิบัติธรรมอินเดีย-เนปาล สู่แม่น้ำคงคา 4ธ.ค.52
เทียนเต็ก ซินแส ปฏิบัติธรรมแดนพุทธภูมิ เยี่ยมชมมหาวิทยาลัยนาลันทา article
นิลกาย สัตว์ป่าหิมพานต์ เชิงเขาหิมาลัย เนปาล
เทียนเต็ก ซินแส ปฏิบัติธรรมแดนพุทธภูมิเฉลิมพระเกียรติ ครั้งที่ ๒ article
เทียนเต็ก ซินแสปฏิบัติธรรมแดนพุทธภูมิ ลุมพินี สถานที่ประสูตร 5ธ.ค.52
เทียนเต็ก ซินแสปฏิบัติธรรมอินเดีย-เนปาล วัดเชตวันมหาวิหาร บ้านอนาถะบิณทิกะเศรษฐี article
เทียนเต็ก ซินแสปฏิบัติธรรมอินเดีย-เนปาล กราบบาทพระศาสดา กุสินารา 7ธ.ค.52
เทียนเต็ก ซินแส ปฏิบัติธรรมแดนพุทธภูมิเฉลิมพระเกียรติ ครั้งที่ ๑
เทียนเต็ก ซินแส ปฏิบัติธรรมแดนพุทธภูมิ อินเดีย-เนปาล (รอยพระพุทธบาท) article
เทียนเต็ก ซินแส เยี่ยมวิหารท่านธรรมะปาละ 3ธ.ค.52
เทียนเต็ก ซินแส ขอเชิญร่วมต่อเศียรองค์พระประธาน
เทียนเต็ก ซินแส แจกพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา article
สมโภชวิหารเจ้าแม่กวนอิม 3 ปาง วัดแดงประชาราษฎร์
สมโภชศาลาพระพุทธเจ้า ปางบำเพ็ญทุกรกิริยา วัดแดงประชาราษฏร์
พิธีเททองหล่อ พระราหู
ทอดกฐินสามัคคี วัดแดงประชาราษฏร์
งานสมโภชน์ฉลองพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ รอบอุโบสถ วัดแดงประชาราษฏร์
เทียนเต็ก ซินแส ปฏิบัติธรรมล้านนา



dot
www.henghengheng.com
dot
dot
Web Link
dot
bullettiantekpro.com
bullettiantek.net
bullettiantek.com
bullethorawej.com
dot
Llink
dot
bullethotmail.com
bulletyahoo.com
bulletgmail.com
bulletgoogle.co.th
bulletเดลินิวส์
bulletไทยรัฐ
bulletข่าวสด
bulletบ้านเมือง
bulletมติชน
bulletคมชัดลึก
bulletกรุงเทพธุรกิจ
bulletผู้จัดการ
dot
Newsletter

dot
bulletแลก ลิ้ง ได้ที่นี่



นิคยสารโหราเวสม์ & เวปเพื่อการพยากรณ์




อ.รุ่งนภา พยากรณ์
(แม้นเมือง
)

พิมพ์ปารีณา
รับพยากรณ์
จัดฮวงจุ้ยและรับสอน

ติดต่อได้ที่
โทร.
085-3253709

http://
pimandfriends.
blogspot.com/



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
Best View 1024 x 768 pixels.............
พระอาจารย์ธงชัย ธมฺมกาโม (เทียนเต็กซินแซ).....e-mail address tiantek@hotmail.com และ tiantek@henghengheng.com
วัดแดงประชาราษฎร์ ถ. บางกรวยไทรน้อย ต. บางสีทอง อ. บางกรวย จ.นนทบุรี รหัส 11130
โทร 0-2447-3593, 0-1936-6908

javascript hit counter

View My Stats


รวมสุดยอกของเฮง รับพยากรณ์ดวงชะตาและสอนเลข 7 ตัว 9 ฐานประยุกต์ ต้องการมีเวปไซด์ของตัวเอง คลิกที่นนี่ Enter to M T h
A ! 100HOT Sites and Vote for this Site!!! www.horawej.com เวปนิตยสาร โหราเวสม์  เพื่อการศึกษาค้นคว้า โหราศาสตร์ และศาสตร์ต่าง ๆ รวมทั้งโปรแกรมผูกดวงต่าง ๆ มากมาย ทางเรายินดี เป็นศูนย์กลางของการเผยแพร่ ความรู้ทางศาสตร์ แห่งโหรศาสตร์ และอื่น ๆ ที่ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ผู้ใดหากท่านใดต้องการรับการพยากรณ์เชิญในห้องกระทู้ มีอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิคอย ตอนรับท่าน อยู่หลายท่าน เรียนเชิญครับ ด้วยความเคารพอย่างสูง webmaster horawej@horawej.com web 10 luckastro.com เป็นเว็ปเพื่อการศึกษาโหราศาสตร์ 10 ลัคนา และโหราศาสตร์สาขาอื่น ๆ ทุกสาขาวิชา เว็ป 10 luckastro.com เป็นศูนย์รวมของนักพยากรณ์ทุกระดับทุกสาขาวิชา เป็นจุดนัดพบและสื่อสารในระหว่างนักศึกษาโหราศาสตร์ด้วยกัน และในระดับครูบาอาจารย์ เว็ป 10 luckastro.com ยินดีในการให้บริการตอบปัญหาทั้งปัญหาชิวิตและปัญหาทางโหราศาสตร์ www.tiantek.com เวปเพื่อการศึกษาค้นคว้า โหราศาสตร์จีน และ เลือกหัวข้อที่ต้องการดู (ดูได้ทุกเรื่องโดยไม่จำกัด) บอกวันเดือนปีเกิดและเวลาตกฟากตามหลักสากล และบอกเหตุการณ์ที่ผ่านมา...เช่นแต่งงาน...มีบุตร ทำงานหรือทำธุรกิจ.เมื่อปีพ.ศ....และข้อสุดท้ายช่วยแจ้งด้วยว่าขณะนี้กำลังทำอะไรอยู่ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของดวง ข้อมูลยิ่งมากการทำนายยิ่งแม่น ถ้าภายใน 24 ชั่วโมง(หนึ่งวัน)ยังไม่ได้รับคำทำนาย อาตมาอนุญาติให้โทรเข้ามาถามดวงสดสดได้ 
เวปไซด์ของอาตมา เป็นเวป เพื่อการศึกษาและเผยแผ่ธรรมะ และถ้าโยมช่วยบอกต่อให้ผู้อื่นได้ทราบมากเท่าใดยิ่งได้บุญมากเท่านั้น 
www.maleeseacon.com เวปเพื่อการสะสมพระเครื่อง บูชาเครื่องของขลัง ณ ห้างสรรพสินค้า ซีคอนสแควร์ ชั้น 3 โซนโลตัส ถนนศรีนครินทร์ เขตประเวศ กทม 10250 Wireless Home Automation 
ท่านไม่ต้องเป็นวิศวกรหรือมีความรู้ทางด้านอิเลคโทรนิคส์ และไม่ต้องเดินสายไฟฟ้าเพิ่มเติม ท่านก็สามารถออกแบบและติดตั้งระบบบ้านอัจฉริยะได้อย่างสะดวกง่ายดายด้วยตัวท่านเอง  
ชุมนุมผู้เป็นปฏิปักษ์กับหัว ขโมย มหาหมอดู PostJung.com เวบเพลง Online เพลง Update Intrend, หาเพื่อน MSN, Diary, Webboad โพสท์รูปซะใจ, PhotoAlbum ฯลฯ...Click เลย ชุมชนคนช่างฝัน สุดยอดแห่งสาระ และ ความบันเทิง ศูนย์รวม CODE ทุกอย่าง โรจน์ จินตมาศ   จุ๊กกรู! ดอท คอม ..มุมสงบ ผ่อนคลาย ครื้นเครง ป็นกันเอง..ดูดวงฟรี หวย ฟังเพลง เกมส์ หาเพื่อน หากิ๊ก ข่าว ดูดวง  Give information about Thai orchids ตลาดนัดรถรถบ้านที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ Image Hosted by ImageShack.us ซื้อขายออนไลน์ 24 ชั่วโมง