ReadyPlanet.com
dot dot
dot
เทียนเต็ก ซินแส ปฏิบัติธรรมอินเดียครั้งที่ 14

 

เทียนเต็ก ซินแส
ปฏิบัติธรรมอินเดียครั้งที่ 14

 

8-19 มีค 60

 

 ปฎิบัติธรรมที่ "พระมหาเจดีย์" พุทธคยาบนชั้นสอง
ถวายผ้าไตรพระพุทธมหากรุณา
พระพุทธรูป "ปางประทานพร"
สร้างจากหินแกรนิตสีดำสมัยปาละอายุประมาณ ๑,๔๐๐ ปีเศษ 

 
ปฏิบัติธรรมบนพระมหาเจดีย์พุทธคยาชั้นสอง
สวดมนต์และนั่งสมาธิหน้าพระพุทธมหากรุณา
ขึ้นมาสามครั้งได้ถวายผ้าไตร สองครั้ง
 

พระพุทธกรุณา ปางยืน
พระประธานที่อยู่ในวิหารชั้นสอง พุทธคยา
(ชั้นล่างสำหรับบุคคลทั่วไป ชั้นสองสำหรับนั่งกรรมฐาน)

 
 มาคราวนี้มาคนเดียวไม่รู้จักใครเลย
ต้องพึ่งพาตนเองทุกอย่าง
แต่โชคดีอย่างหนึ่งคือได้กัลยาณมิตรที่ดีทุกครั้ง
 
 ต้องขอบคุณ และขอบใจ กัลยาณมิตรทุกคน
อาตมาตั้งใจมาปฎิบัติธรรมจริงๆ
ไม่มีเวลาถ่ายรูป
เพราะถือว่าเป็นภาระอย่างหนึ่ง
และที่สำคัญคือไม่มีความรู้ในการถ่ายภาพให้ได้ภาพที่ดี
 
 ทุกครั้งญาติโยมเมตตาส่งภาพมาให้เป็นจำนวนมาก
เมื่อเห็นภาพที่ส่งมาแล้วยอมรับว่า
ถ่ายได้ดีมากๆ ดีกว่าที่คิด ตั้งใจว่าจะลงให้ทุกภาพ
ขอขอบคุณและขอบใจอีกครั้งหนึ่ง

 ภาพนี้เป็นภาพมาปฏิบัติธรรมที่อินเดียครั้งที่ 11
นำพระบรมสุขมาด้วย

 

 

 โดยเหตุการณ์ที่พุทธคยาถูกชาวฮินดูครอบครองนั้น เริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2133 ซึ่งการที่พราหมณ์มหันต์เข้ามาครอบครองพุทธคยานั้นก็ไม่ได้ดูแลพุทธคยาแต่อย่างไร 
จากบทความของท่านเซอร์ เอดวินด์ อาโนลด์ (Sir Edwin Arnold) กล่าวกันว่า เป็นพุทธประวัติฉบับภาษาอังกฤษ ที่มีความไพเราะ และน่าเลื่อมใสมาก 
คือ ประทีบแห่งเอเชีย (The Light of Asia) ซึ่งท่านเซอร์ ได้เดินทางไปที่พุทธคยา และได้พบกับความน่าเศร้าสลดใจหลายประการ ท่านได้เขียนบทความไว้ตอนหนึ่งว่า
 ท่านเซอร์ เอ็ดวิน อาร์โนลด์ 
ในความเป็นจริง ไม่มีข้อกังขาสงสัยใดๆ ในความเป็นจริง ของสถานที่ สังเวชนียสถาน 4 ตำบลของชาวพุทธ คือ กบิลพัสดุ์ (ปัจจุบัน Bhuila) ซึ่ง เจ้าชายสิทธัตถะประสูติ, ป่าอิสิปตนะ ภายนอกเมืองพาราณสี ซึ่งพระพุทธองค์ได้แสดงธรรมเทศนา กุสินารา ที่พระองค์ได้ปรินิพพาน และสถานที่ตรัสรู้ซึ่งมี ต้นโพธิ์เป็นเครื่องหมาย ในวันเพ็ญเดือน 6 เมื่อ 2383 ปี มาแล้ว พระองค์ได้บำเพ็ญเพียรทางจิตและมีศรัทธาเป็นอย่างมาก ซึ่งพระองค์ได้นำ ความเจริญทางอาารยธรรม มาสู่เอเชีย บรรดาสังเวชนียสถาน 4 ตำบล ต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่พุทธคยา คือสิ่งที่มีค่าและศักดิ์สิทธิ์ของชาวพุทธทั่วทั้งเอเชีย ทำไมหรือ เพราะว่า ปัจจุบันตกอยู่ในมือของนักบวชพราหมณ์ ผู้ไม่ได้ดูแลวัดเลย นอกจากว่าจะถือเอาเป็นกรรมสิทธิ์เท่านั้น และพวกเขา ได้ตักตวงเอาผลประโยชน์ เป็นอย่างมาก 
ความจริงในเรื่องนี้ ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 13 กล่าวคือ 1400 ปีมาแล้ว สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่พิเศษสุดและชาวพุทธรักษาไว้ แต่ได้ทรุดโทรมลงและถูกปล่อยปละละเลย เหมือนกับวัดพุทธศาสนาแห่งอื่น ๆ จากการอันตรธานสูญหายของพุทธศาสนาจากอินเดีย 300 ปีต่อมา นักบวชศาสนาพราหมณ์ที่ นับถือพระศิวะมาถึงที่นี้ และตั้งหลักปักฐาน ณ ที่ตรงนี้ ได้เริ่มครอบครองสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ซึ่งได้เห็นและก่อตั้งโรงเรียนสอนศาสนาขึ้นมา พวกเขามีกำลังมากจึงเข้ายึดครองเป็นเจ้าของวัดพุทธคยา ซึ่งรัฐบาลเบงกอลได้เข้ามาบูรณะ และพื้นที่รอบพุทธคยา ในปี พ.ศ. 2423 (ค.ศ. 1880) และได้ขอส่วนหนึ่งของรั้วเสาหินสมัยพระเจ้าอโศก จากพวกมหันต์ ซึ่งพวกเขาได้นำไปสร้างบ้าน เพื่อนำกลับมาตั้งไว้ ณ ที่เดิม แต่พวกมหันต์ไม่ได้คืนมา และท่านเซอร์ อาชเลย์ เอเดน (Sir Ashley Eden) ก็ไม่สามารถผลักดันการบูรณะให้แล้วเสร็จได้ 
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นศูนย์กลางที่ยิ่งใหญ่ของศรัทธา ดังเช่นนครเมกกะ และเยรูซาเลม (Mecca and Jeruzaiem) เป็นศูนย์กลางศรัทธาของผู้ศรัทธานับล้านคน-เมื่อข้าพเจ้าได้พักที่โรงแรมที่พุทธคยาปีสองปีที่ผ่านมา ข้าพเจ้ารู้สึกเศร้าใจที่เห็นเครื่องบูชา สาร์ท (Shraddh) ของพวกฮินดูในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ และวัตถุโบราณที่มีค่าจำนวนมากหลายพันชิ้น ซึ่งจารึกด้วยภาษาสันสกฤตได้ถูกทิ้งจมอยู่ในดิน ข้าพเจ้าได้ถามนักบวชฮินดูว่า 
“ข้าพเจ้าจะขอใบโพธิ์จากต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่ศักดิ์สิทธิ์ได้หรือไม่” 
“เจ้านาย จงหักเอาเท่าที่คุณชอบ มันไม่มีค่าอะไรสำหรับเรา” นี้เป็นคำตอบจากพวกเขา 
ไม่มีความละอายจากอาการที่พวกเขาไม่สนใจใยดี ข้าพเจ้าเก็บใบโพธิ์ 3-4 ใบอย่างเงียบ ๆ ซึ่งพวกมหันต์ได้หักมาจากกิ่งบนหัวของพวกเขา และข้าพเจ้าได้นำใบโพธิ์ไปยังศรีลังกา เมื่อได้คัดลอกจารึกที่เป็นภาษาสันสกฤต ที่นั้น (ศรีลังกา) ข้าพเจ้าได้พบว่า ใบโพธิ์เป็นสิ่งมีค่าสำหรับชาวพุทธที่ศรีลังกา ซึ่งต้อนรับด้วยความกระตือรือร้นและศรัทธา ใบโพธิ์ที่ข้าพเจ้าถวาย ได้ถูกนำไปที่เมืองแคนดี้ และได้ใส่ไว้ในผอบที่มีค่าและได้รับการบูชาทุก ๆ วัน 
ในปี พ.ศ. 2417 พระเจ้ามินดง กษัตริย์แห่งพม่า ได้ส่งคณะทูตมายังอินเดียเพื่อขอบูรณปฏิสังขรณ์พระวิหารและจัดการบางประการเพื่อดูแลรักษาพุทธสถานแห่งนี้ เมื่อได้รับความยินยอมจากพวกมหันต์และรัฐบาลอินเดีย จึงได้เริ่มทำการบูรณะ ทางรัฐบาลอินเดียได้ส่งนายพล เซอร์ อเล็กซานเดอร์ คันนิ่งแฮม กับ ด.ร.ราเชนทรลาละ มิตระ เข้าเป็นผู้ดูแลกำกับการบูรณะ หลังจากนั้นคณะผู้แทนจากพม่าจำเป็นต้องเดินทางกลับ ทางรัฐบาลอินเดียจึงรับงานบูรณะ ทั้งหมดมาทำแทน และเสร็จสมบูรณ์ ในปี พ.ศ. 2427
จนในปี พ.ศ. 2500 รัฐบาลอินเดีย โดยการนำของ ฯพณฯ เยาวหรลาล เนรูห์ นายกรัฐมนตรีแห่งอินเดีย ได้เฉลิมฉลองพุทธชยันตี (วิสาขบูชา) โดยเชิญชวนประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาทั่วโลก มาสร้างวัดไว้ในดินแดนต้นพุทธอุบัติภูมิ ซึ่งประเทศไทยโดยการนำของจอมพล แปลก พิบูลสงคราม ได้ตอบรับและดำเนินการสร้างวัดเป็นชาติแรก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 และประเทศชาวพุทธอื่น ๆ (เช่น ญี่ปุ่น พม่า เกาหลี จีน ศรีลังกา ธิเบต ฯลฯ) ได้ดำเนินการสร้างวัดต่อมาตามลำดับ และรัฐบาลอินเดียได้มีส่วนสำคัญในการบูรณะพุทธคยาอย่างต่อเนื่องจนมีสภาพดังที่เห็นในปัจจุบัน 
จุดแสวงบุญและสภาพของพุทธคยาในปัจจุบัน 
 พุทธคยาในปัจจุบันเป็นพื้นที่อยู่ต่ำกว่าพื้นปกติ เหมือนหลุมขนาดใหญ่ เนื่องจากผ่านระยะเวลากว่าสองพันปี ดินและตะกอนจากแม่น้ำได้ทับถมจนพื้นที่ในบริเวณนี้สูงขึ้นกว่าในสมัยพุทธกาลหลายเมตร ทำให้ในปัจจุบันผู้ไปนมัสการสังเวชนียสถานแห่งนี้ต้องเดินลงบันไดกว่าหลายสิบขั้น เพื่อถึงระดับพื้นดินเดิมที่เป็นฐานที่ตั้งพุทธสถานโบราณ 
ปัจจุบันพุทธคยาได้รับการบูรณะและมีถาวรวัตถุที่สำคัญ ๆ ที่ชาวพุทธนิยมไปสักการะคือ พระมหาโพธิเจดีย์ อนุสรณ์สถานแห่งการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีลักษณะเป็นเจดีย์ 4 เหลี่ยม สูง 170 ฟุต วัดโดยรอบฐานได้ 121.29 เมตร ภายในประดิษฐาน พระพุทธเมตตา พระพุทธรูปที่รอดจากการถูกทำลายจากพระเจ้าศศางกา พระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยแบบศิลปะปาละ เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวพุทธทั่วโลก พระแท่นวัชรอาสน์ แปลว่าพระแท่นมหาบุรุษใจเพชร สร้างด้วยวัสดุหินทรายเป็นรูปหัวเพชรสี่เหลี่ยม กว้าง 4.10 นิ้ว 7.6 นิ้ว หนา 5 นิ้วครึ่ง ประดิษฐานอยู่ภายใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เป็นพระแท่นจำลองขึ้นทับพระแท่นเดิมเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ ณ จุดนี้ ปัจจุบัน ประชาชนและรัฐบาลประเทศศรีลังกาได้อุทิศสร้างกำแพงแก้ว ทำด้วยทองคำแท้ ประดิษฐานรอบต้นพระศรีมหาโพธิ์และพระแท่นวัชรอาสน์ และนอกจากนี้ บริเวณพุทธคยาและโดยรอบยังมีสถานที่สำคัญมากมาย เช่น กลุ่มพระเจดีย์เสวยวิมุตติสุข สระมุจลินทร์ บ้านนางสุชาดา ถ้ำดงคสิริ (สถานที่เจ้าชายสิทธัตถะบำเพ็ญทุกกรกิริยา) วัดพุทธนานาชาติ เป็นต้น
และ...ต่อมา ชาวพุทธทั่วโลกจึงได้ร่วมเสนอขอให้พุทธคยาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จนในที่สุด ในปี พ.ศ. 2545 ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกจึงได้พิจารณาให้พุทธคยาเป็นมรดกโลก

 

 
 ด้านหลังคือต้นพระศรีมหาโพธิ์
ที่แผ่กิ่งก้านขึ้นมาบนพระมหาเจดีย์พุทธคยาชั้นสอง
 
 ขึ้นมาบนนี้แล้วรู้สึกว่ามีความสุขมาก
ยิ่งครั้งที่สองและครั้งที่สาม
ยิ่งแฮปปี้มากๆ
 
 บริเวณบรรไดทางขึ้นไปชั้นที่สอง
มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ปางประทานพร
 
 ต้องขอขอบคุณและขอบใจโยมวิรัช ว่องวิชญ์พล
นั่งกลางที่เมตตาถ่ายรูปมาให้
โยมบุญนะ ดาราเย็น (ผ้าแดงพาดไหล่) ซ้ายมือ
โยมตุ้ม ดาราเย็น (น้องชายโยมบุญนะ)ขวา
เพราะมาคราวนี้มาคนเดียว
คนเราถ้ามีวาสนาร่วมกันถึงอย่างไรก็จะต้องได้พบกัน
 
บริเวณด้านในพระมหาเจดีย์พุทธคยา
พบหลวงพ่อพระครูวิบูลธรรมกิจ
เจ้าอาวาสวัดปางกิ๊ด อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่
ที่ชั้นสองด้วย

  

 

 เพื่อนสามคนนี้่คนซ้ายมือคือจำนงค์
คนกลางคือพิศมัย ส่วนคนขวาคือหน่อย อยู่เยอรมัน
สามคนนี้เป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยเรียนพาณิชยการพระนครมาด้วยกัน
ถึงแม้ไม่ได้มาแต่ก็มีน้ำใจซื้อยาหม่องตราลิงถือลูกท้อมาแจกลูกหลานพระพุทธเจ้าหลายกิโล แม้แต่ฤษีก็ยังได้อานิสงค์ไปด้วย ขอบคุณหลายๆ

 

 วัดไทยสารนาถ ตั้งอยู่ที่ตำบลสารนาถ เมืองพาราณสี รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย พระครูประกาศสมาธิคุณ (สังเวียน ญาณเส วี) คณะ 25 วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพฯ ได้ดำริให้สร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และตอบแทนพระคุณพระเจ้าอโศกมหาราช ที่ทรงเผยแผ่พระธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเข้าไปยังประเทศไทย ทำให้ชาวไทยได้รับความร่มเย็นเป็นสุขจากการนับถือพระพุทธศาสนามาจนทุกวันนี้ โครงการอันดับแรก ปี พ.ศ. 2512 ได้ซื้อที่ดิน 1,310 เอเคอร์ ประมาณ 32 ไร่ และมอบหมายให้กัลยาณมิตรชาวอินเดีย คือภิกษุศาสนรัศมี หรือพระครูสรวิชัยเป็นเจ้าอาวาส

 

  มหาปรินิพพานสูตร  อันเป็นพระสูตรที่กล่าวถึงเหตุการณ์ก่อนเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานพระพุทธองค์ได้ตรัสกับพระอานนท์ว่า

ดูก่อนอานนท์ ชนเหล่าใดเที่ยวจาริกไปยังสังเวชนียสถาน ๔ สถาน คือสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และเสด็จดับขันธปรินิพพาน เหล่านี้แล้ว หากมีจิตเลื่อมใส ชนเหล่านั้นทั้งหมดเบื้องหน้าแต่กายเพราะกายแตกจักเข้าถึงสุคติคือโลกสวรรค์” 
 
คนที่จะไปแสวงบุญที่อินเดียได้ต้องมี
๑.มีศรัทธา ความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา สั่งสมบุญ สร้างบารมี และมีจิตศรัทธามั่นคงต่อพระรัตนตรัย อย่างต่อเนื่อง จนระดับจิต ระดับศรัทธาหนุนนำให้อยากไปไหว้พระ ถึงที่ประเทศอินเดีย ถ้าไม่มีศรัทธามาไม่ถึง
 ๒. มีทรัพย์ เป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ สำหรับการเดินทางพอสมควรกับฐานะของตนเอง
 ๓.มีเวลา คือสามารถจัดระเบียบชีวิตให้กับตนเอง จัดสรรเวลา วางธุรกิจเรื่องชีวิตงานหน้าที่แบ่งให้ศาสนกิจด้านจิตใจ เพื่อได้ไปไหว้พระที่อินเดีย
 ๔. มีสุขภาพดี คือความพร้อมทางด้านร่างกาย ที่แข็งแรงสมบูรณ์ดี ไม่มีโรคาพาธ ยกเว้นคนที่ใจสู้จริงๆ

 ภาพนี้เป็นภาพสามมิติ
สี่อิริยาบท คือ ยืน เดิน นั่ง นอน

 

 

พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนไว้ในสติปัฎฐานสูตร
"ฐิโต วา  ฐิโตมฺหีติ  ปชานาติ" (เมื่อยืนอยู่  ก็รู้ว่ายืนอยู่)
"คัจฺฉันโต วา  คจฺฉามีติ  ปชานาติ" (เมื่อเดินอยู่  ก็รู้ว่ากำลังเดินอยู่)
"นิสีทติ  ปลฺลงฺกํ   อาภุชิตฺวา  อุชุํ  กายํ  ปณิธาย  ปริมุขํ  สตึ  อุปฏฺฐเปตวา"
(นั่งคู้บัลลังก์  ตั้งกายตรง  ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า)
"สยาโน วา  สยาโนมหีติ  ปชานาติ" (เมื่อนอนอยู่  ก็รู้ว่ากำลังนอนอยู่)
 
 ๕. มีผู้นำ  ที่ให้คำแนะนำ และจัดโปรแกรมการเดินทาง เป็นภาระในการเดินทางเพื่อการเดินทางโดยสะดวกไม่มีอุปสรรค
 
 
สถานที่แห่งแรกที่คณะจาริกไปถึงก็คือพระมหาเจดีย์พุทธคยา มหาสังฆาราม อนุสรณ์สถานแห่งการตรัสรูพระสัมมาสัมโพธิญาณแห่งพระบรมศาสดา 
อาตมาและหมู่คณะได้เข้าไปภายในวิหารพระเจดีย์ ซึ่งประดิษฐานพระพุทธปฏิมากรที่ทราบมาว่าสร้างด้วยหินแกรนิตสีดำ สร้างในสมัยปาละ ปางมารวิชัย มีอายุประมาณ 1400 ปีเศษแล้ว ปิดทองเหลืองอร่าม สวยงามมาก ชาวไทยพากันเรียกว่า หลวงพ่อพุทธเมตตา (องค์หลวงพ่อตั้งอยู่ในห้องกระจก แต่มองเห็นได้อย่างชัดเจน) พวกเราได้กราบไหว้หลวงพ่อพุทธเมตตา และมีสิ่งหนึ่งที่ยังความปีติให้กับชาวคณะของเราจนถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เป็นครั้งหนึ่งที่ได้จาริกมายังสังเวชนียสถานก็คือได้รับอนุเคาะห์จากพระสงฆ์ซึ่งเป็นชาวต่างชาติที่ทำหน้าที่ดูแลวิหารพระเจดีย์ อนุญาติให้คณะของเราได้เปลี่ยนผ้าไตรจีวร ซึ่งพวกเราได้เตรียมนำมาจากเมืองไทยให้กับองค์หลวงพ่อพุทธเมตตา ถึง 2 ครั้ง และที่สำคัญอาตมายังได้รับมอบผ้าไตรจีวรเก่าที่เคยใช้ห่มคลุมองค์หลวงพ่อพุทธเมตตาไว้เป็นอนุสรณ์และพุทธานุสติว่าครั้งหนึ่งผ้าไตรจีวรผืนนี้เคยใช้ห่มคลุมองค์หลวงพ่อพุทธเมตตา จึงถือว่าเป็นมหามงคลอย่างยิ่ง
พวกเราได้ไปกราบไหว้ เยี่ยมชมสัตตมหาสถาน (สถานที่ทรงยับยั้งอยู่เพื่อเสวยวิมุตติสุข หลังจากที่ทรงตรัสรู้แล้ว 7 แห่งๆ ละ 7 วัน รวม 49 วัน) คือ
1. โพธิบัลลัง
2. อนิมิสเจดีย์
3. รัตนจงกรมเจดีย์
4. รัตนฆรเจดีย์
5. ต้นอชปาลนิโคตร
6. ต้นมุจลินทร์
7. ต้นราชายตนะ
จากสถิติมีนักแสวงบุญต่างๆที่ได้เดินทางจาริกไปยังแดนพุทธภูมิเป็นอันดับหนึ่งก็คือนักแสวงบุญจากประเทศศรีลังกา ส่วนนักแสวงบุญจากประเทศไทยที่ได้เดินทางจาริกไปยังแดนพุทธภูมินั้นเป็นแค่อันดับ 7
เทียนเต็ก ซินแส
โทร.081-936-6908
 
 
ความภาคภูมิใจในฐานะพุทธศาสนิกชนชาวไทย

๑. ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีชาวพุทธนับถือพระพุทธศาสนาแบบดั้งเดิม ตั้งแต่สมัยพุทธกาลมาจนถึงปัจจุบัน

๒. เพราะเรามีบุญ เคยสร้างกุศลมาตั้งแต่อดีตชาติอันเป็นบุพเพกตปุญญตา มาในชาตินี้บุญกุศลจึงส่งหนุนนำให้มาเกิดเป็นมนุษย์ พบพระพุทธศาสนา
 ๓. ไทยเรามีความสงบร่มเย็น เป็นสุขได้ ก็เพราะภายใต้พระบารมีขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นองค์เอกอัครศาสนูปถัมภ์ ทรงเป็นพุทธมามกะ ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองที่บ้านพุทธเมืองไทย มาตราบจนปัจจุบันนี้
 
 
  • วัดไทยสารนาถ สร้างขึ้นรูปแบบผสมไทยผสมศิลปะสถาปัตยกรรมแห่งยุคสมัยได้ดีเยี่ยม โดยท่านพระครูประกาศสมาธิคุณ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2518 เป็นอนุสรณ์ของชาวพุทธไทยในสังเวชนียสถานที่แสดงปฐมเทศนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีพื้นที่ 34 ไร่ แบ่งเป็นเขตอุโบสถ ที่รับรอง ผู้แสวงบุญ กุฏิกรรมฐาน โรงเรียนและศาลาปฏิบัติธรรม เป็นต้น
 
 
นี่ก็เรื่องแปลก
 
“นักท่องยุโรป-อเมริกา รวมทั้งนักท่องรอบโลกหลายท่าน...ให้ข้อคิดเห็นว่า...
ที่ไปทุกแห่งแสนสะดวกสบาย ประเทศสนุกก็ว่าแสนสนุก...
เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้วก็หมดกัน
 
แปลกเป็นพิเศษก็คือ...ท่องอินเดีย สะดวกก็ไม่สะดวก สบายก็ไม่สบาย
สนุกก็ไม่สนุก แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว กลับคิดถึงอินเดีย...แปลกจริงๆ
 
...อินเดียมีอะไรหรือ ?”

 

 

 

 

อนาคาริก ธรรมปาละ
     ท่านอนาคริกะ ธรรมปาละ เป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดในการฟื้นฟูพุทธศาสนาในอินเดีย ท่านเกิดเมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๔๐๗ ในครอบครัวผู้มั่งคั่งเมื่อราว พ.ศ.๒๔๓๖ บิดาชื่อว่า เดวิด เหววิตรเน เมื่อได้อ่านหนังสือเรื่องประทีปแห่งเอเชียของท่านเซอร์ เอ็ดวิล อาร์โนล ก็เกิดความซาบซึ้ง มีความคิดอยากอุทิศชีวิตถวายต่อพระพุทธองค์ในการฟื้นฟูพุทธศาสนาที่อินเดีย จึงออกเดินทางสู่อินเดีย เมื่อได้เห็นเจดีย์พุทธคยาที่ชำรุดทรุดโทรมถูกทอดทิ้ง และอยู่ในความครอบครองของมหันต์ จึงเกิดความสังเวชใจ ที่ได้พบเห็นเช่นนั้น จึงทำการอธิษฐานต่อต้นพระศรีมหาโพธิ์ว่า จะถวายชิวิตเป็นพุทธบูชา เพื่อฟื้นฟูพุทธศาสนา ในอินเดียและนำพุทธคยากลับคืนมาเป็นสมบัติของชาวพุทธทั่วโลกให้ได้ 
     จากนั้นจึงเดินทางกลับลังกาและก่อตั้ง สมาคมมหาโพธิ ขึ้นที่โคลัมโบ หลังจากนั้นท่านก็ได้ส่งสมณทูตมาที่พุทธคยา แต่ธรรมทูตทั้ง ๔ กลับถูกมหันต์ที่ยึดครองพุทธคยา รังแกจนบางรูปบาดเจ็บและบางท่านมรณภาพ ท่านต้องเดินทางกลับอินเดียอีก แล้วรณรงค์เพื่อให้พุทธคยากลับเป็นของชาวพุทธเช่นเดิม ท่านเดินทางไปพุทธคยาและก็โดนมหันต์ห้ามเข้าพุทธคยา แต่ท่านดื้อแพ่งจนที่สุดถูกทำร้ายจนเรื่องขึ้นศาล สุดท้ายศาลชั้นต้นชี้ขาดให้ชาวพุทธชนะ แต่มหันต์ไม่ยอมจึงฟ้องฎีกา ศาลฎีกา กลับให้มหันต์ชนะ จึงทำให้มหันต์ยึดคืนอีกครั้งหนึ่ง 
     ดังนั้นท่านและพระสงฆ์จึงโดนขับออกจากพุทธคยา แม้ว่าจะแพ้แต่ท่านก็ไม่ยอมแพ้ ยังรณรงค์แจกจ่ายบรรยายเขียนหนังสือแจกจ่ายให้ชาวอินเดียทั่วไปอ่าน ทำให้ชาวอินเดียคนสำคัญ ทั้งคานธี ราธกฤษณัน (อดีตประธานาธิบดีคนแรกของอินเดีย) ท่านรพินทนาถ ฐากูร เห็นใจแล้วกล่าวสนับสนุนท่านธรรมปาละ ทำให้พวกมหันต์เสียงอ่อนลง ต่อมาท่านดินทางไปอเมริกา เพื่อรณรงค์และบรรยายธรรมและทำให้นางแม่รี่ อี ฟอสเตอร์ที่ฮาวายเลื่อมใส ศรัทธาและได้ยอมตนเป็นพุทธมามกะ และบริจาคหนึ่งล้านรูปีแก่ท่านธรรมปาละต่อมาท่านธรรมปาละได้ก่อตั้งสมาคม มหาโพธิ์ขึ้นที่อินเดียหลายแห่ง 
     ในปัจฉิมวัยท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่สารนาถพาราณสี ก่อนมรณภาพท่านอธิษฐานว่า "ขอให้ข้าพเจ้าได้ตายไวๆ แล้วขอให้เกิดมาเผยแพร่ธรรมของพระพุทธองค์ตลอดไป" 
     ในสมัยที่ท่านยังมัชีวิตอยู่ ความพยายามในการโอนพุทธคยาจากมหันต์ให้เป็นของชาวพุทธยังไม่สำเร็จ จนได้เอกราช ท่านเนห์รูและรัฐบาลของท่าน จึงร่างกฏหมายโอนพุทธคยาเป็นของรัฐบาล แล้วแต่งตั้งคณะกรรมการ ๘ ท่านเป็นผู้บริหาร โดยเป็นฝ่ายฮินดู ๔ และพุทธ ๔ ส่วน ประธานเป็นนายอำเภอเมืองคยา แม้จะไม่สามารถทำให้ชาวพุทธเป็นผู้บริหารทั้งหมด แต่ก็นับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อชาวพุทธทั่วโลก 
     กฏหมายนี้สร้างความไม่พอใจให้มหันต์เป็นอย่างมาก จึงฟ้องร้องทางศาลให้ถือว่า กฎหมายนี้เป็นโมฆะ แต่ประธานาธิบดีของอินเดียและนักการเมืองหลายท่าน ได้ห้ามปรามให้มหันต์ถอนฟ้อง เพราะจะเป็นที่อับอายแก่อินเดียทั้งชาติ และมหันต์อาจจะเสียมากกว่านี้หลายเท่า มหันต์เชื่อฟังเพียงแต่ยับยั้งกฎหมายไว้แต่ก็ยังไม่ถอนฟ้อง ปัจจุบันพุทธคยายังใช้กฎหมายนี้อยู่ ในบั้นปลายชีวิตท่านได้อุปสมบท ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน สารนาถเมืองพาราณสี และมรณภาพ ณ ที่นั้น เมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๖ รวมอายุ ๖๙ ปี ๗ เดือน ๑๓ วัน

 

 

  ความภาคภูมิใจในฐานะพุทธศาสนิกชนชาวไทย

๑. ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีชาวพุทธนับถือพระพุทธศาสนาแบบดั้งเดิม ที่ยังพร้อมด้วยหลักธรรม หลักวินัย หลักปฏิบัติ ยังธำรงคงไว้ซึ่งแก่นแท้ของความเป็นพุทธตั้งแต่สมัยพุทธกาลมาจนถึงปัจจุบันกาลได้
 ๒.เพราะเรามีบุญเคยสร้างกุศล บำเพ็ญบารมีกับพระพุทธศาสนามาตั้งแต่อดีตชาติอันเป็นบุพเพกตปุญญตา มาในชาตินี้บุญกุศลจึงส่งหนุนนำให้มาเกิดเป็นมนุษย์ พบพระพุทธศาสนาที่เจริญรุ่งเรือง ณ เมืองไทย พร้อมมีศรัทธาเลื่อมใสในบวรพระพุทธศาสนา และมีโอกาสได้เดินทางไปถึงต้นกำเนิดแห่งพระพุทธศาสนา คือที่อินเดีย เท่ากับว่าได้กลับไปเยี่ยมบ้านเกิดของตนเอง หากว่าชาตินี้ไปเกิดแผ่นดินที่อื่นๆ หรือแม้แต่ที่ประเทศอินเดียที่อดีตพระพุทธศาสนาเคยเจริญรุ่งเรือง ปัจจุบันก็แทบจะไม่มีพระพุทธศาสนาให้รู้จักให้ศรัธาได้เลย 
  ๓.ไทยเรามีความสงบร่มเย็นเป็นสุขได้ ก็เพราะภายใต้พระบารมีขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นองค์เอกอัครศาสนูปถัมภ์ ทรงเป็นพุทธมามกะ เป็นร่มเงาแห่งพระพุทธศาสนา ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองที่บ้านพุทธเมืองไทยมาตราบจนปัจจุบันนี้
 ๔.  ขอให้ชาวพุทธไทย จงภูมิใจว่า โลกปัจจุบันท่ามกลางการก่อการร้ายและภัยสงคราม ความโหดร้ายภัยพิบัติจากธรรมชาติ โลกของเรากลายเป็นสถานที่ที่ไม่น่าอยู่และไม่ปลอดภัยต่อการดำรงชีวิต พระธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นดุจแสงทองแห่งความหวังของมวลมนุษย์และตลอดถึงชาวโลกทั้งหมดได้ประจักษ์ว่า พระธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาเป็นหลักนำสันติภาพมาแก่มนุษย์โลกได้อย่างแท้จริง โลกตะวันตกกำลังหันมาให้ความสนใจ ศึกษาเรียนรู้ปฏิบัติตนตามหลักคำสอนพระพุทธศาสนาที่พวกเรารักษาไว้ให้จนถึงปัจจุบัน
และองค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้วันวิสาขะบูชาเป็นวันสำคัญของโลก (The World's importance Day) เพื่อน้อมรำลึกนึกถึงองค์ศาสดาของชาวพุทธ และจักเป็นโอกาสแห่งการน้อมนำพระธรรมคำสอนมาร่วมใจกันปฏิบัติกันทั่วโลก เพื่อความสงบร่มเย็น ดับความทุกข์เข็ญและความเดือดร้อนของชาวโลกสืบไป


บทความโดย: ดร.พระมหาคมสรณ์  คุตฺตธมฺโม (ท่านคมสรัญญ์)
 

 

 
 
 

 

 

รอบๆระเบียงบนชั้นสอง
ที่พุทธคยา
ที่เห็นด้านซ้ายคือสถูปพระอริยสงฆ์สมัยโบราณ

พระพุทธมหากรุณา
พระประธานที่อยู่บนชั้นสอง พุทธคยา

 บริเวณกลุ่มพุทธสถานพุทธคยา อันเป็นอนุสรณ์สถานระลึกถึงการตรัสรู้ของพระพุทธองค์นั้น เริ่มสร้างขึ้นตั้งแต่สมัย พระเจ้าอโศกมหาราช4 
และสร้างต่อเติมเรื่อยมาโดยกษัตริย์ชาวพุทธในอินเดีย พระองค์ต่อ ๆ มา จนกระทั่ง เมื่อกองทัพมุสลิมบุกเข้ามาโจมตีอินเดีย พุทธคยาจึงถูกปล่อยให้รกร้างไม่มีผู้คอยเฝ้าดูแล 
............สำหรับความเป็นไปขององค์พระมหาโพธิเจดีย์นั้น พระเจ้าหุวิชกะ (: Huvishka) มีพระราชศรัทธาสร้างมหาเจดีย์ถวายเป็นพุทธบูชา ในปี พ.ศ. 694 เพื่อเป็นสถานที่สักการะสำหรับพุทธบริษัท โดยได้สร้างเป็นพระเจดีย์รูปทรงสี่เหลี่ยมทรงรีสวยงามติดกับพระแท่นวัชรอาสน์ทางทิศตะวันออก มี 2 ชั้น โดยชั้นล่างเป็นสถานที่กราบนมัสการและชั้นบนเป็นห้องเจริญภาวนา ลักษณะของพระมหาโพธิเจดีย์มีเอกลักษณ์เฉพาะและตั้งตระหง่านเป็นสัญลักษณ์ของมหาโพธิมณฑลมากว่าสองพันปี ในบางช่วงพระราชาแห่งแคว้นต่าง ๆ ได้เข้ามาทำนุบำรุงอยู่เสมอ และได้รับการบูชารักษาจากชาวพุทธมาตลอด แต่มาขาดตอนไปเมื่อช่วงพันกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากแผ่นดินอินเดียแถบนี้ถูกคุกคามจากสงครามและการเสื่อมถอยของพระพุทธศาสนา พุทธคยาจึงถูกปล่อยทิ้งร้างและถูกชาวฮินดูเข้าครอบครอง รวมทั้ง แปลงมหาโพธิเจดีย์เป็นเทวสถาน
 
 ได้ตั้งจิตอธิษฐานทุกครั้งว่า
เกิ
ดชาติหน้าฉันใด
ขอให้ได้พบพระพุทธศาสนา
 
 หรือถ้าเป็นไปได้
ขอให้ได้มรรคผลนิพพาน
ในปัจจุบันชาตินี้
 
 หน้าสุดเห็นหน้าลางๆสงสัยว่า "ออร่า" จะออกคือแม่ชีพิมพ์แก้ว กานดากร
ถัดไปก็แม่ชีเพ็ญทรัพย์ แซ่ซิ้ม
ถัดไปเห็นลางๆ ไม่แน่ใจว่าเป็นท่านอ.พระนพดล
หรือว่าเป็นท่านดุสิด ประทุมวันกันแน่
 
 คนทางซ้ายคือโยมกฤติกา ใจบุญ สมชือ
คนต่อมาคือโยมสมจิต รินทะ
มือกล้องคือพระมหาทองอยู่
คนที่สี่คือ ร.อ. ธิติวัฒน์ วิวัฒน์จงวรกุล
คนสุดท้ายจำชื่อไม่ได้ต้องขออภัย

คำบูชาพระพุทธมหากรุณา
          วันทามิ อิมัง พุทธะเมตตาปะฏิมัง อิมัสมิง คะยาสีเส ปูชาระเห สักการะภูเต เจติเย สุปะติฏฐิตังฯ
          อิมินา ปะนะ วันทะมาเนนะ มา เม ทะลิททิยัง อะหุ พะหุชะนานัง ปิโย โหมิ มะนาโป สาธุ โน ภันเต อิเมหิ สักกาเรหิ อภิปูชะยามิ.
 
คำแปล
          ข้าพเจ้าขอกราบไหว้ พระพุทธมหากรุณาปฏิมานี้ ซึ่งประดิษฐานตั้งมั่นดีแล้วในองค์พระเจดีย์ที่คยาสีสะประเทศนี้ อันเป็นสถานที่ ควรแก่เครื่องบูชาสักการะ
          ด้วยการกราบไหว้นี้ ขอความเป็นผู้ขัดสนอย่าได้มีแก่ข้าพเจ้าเลย ขอให้ข้าพเจ้าเป็นที่รักเป็นที่พอใจ ของคนทั่วไป ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าขอบูชาโดยยิ่ง ด้วยเครื่องสักการะเหล่านี้
พระพรหมคุณาภรณ์
“การที่ได้มายังสถานที่ที่พระพุทธเจ้าเคยเกี่ยวข้อง
เคยปรากฏรูปกายของพระองค์นั้น เมื่อได้ทำใจให้ถูกต้องมีโยนิโสมนสิการแล้ว
ก็ย่อมเป็นเครื่องเกื้อหนุนแก่การที่จะปฏิบัติเพื่อการเห็นธรรมกายได้
เพราะว่าเมื่อได้เดินทางมายังสถานที่นี้แล้ว
บังเกิดความสังเวชตามหลักที่ถูกต้องว่า การกระตุ้นจิตสำนึกให้ได้เกิดความคิด
มีความไม่ประมาทก็ดี หรือเป็นเครื่องเจริญศรัทธาในคำสอนของพระองค์แล้ว
มีฉันทะ มีวิริยะ ในการที่จะบำเพ็ญปฏิบัติก็ดี
เกิดมีปีติความเอิบอิ่มปลาบปลื้มใจว่าได้มาเฝ้า
ณ สถานที่ที่พระองค์เคยประทับ แล้วมีจิตใจเบิกบานผ่องใส
เกิดความสุขสงบในใจ จนถึงเกิดเป็นสมาธิก็ดี อันนั้นล้วนเป็นเครื่องเกื้อหนุน
ให้เราสามารถเดินทางไปเฝ้าไปเห็นธรรมกายประจักษ์แจ้งในใจของตนได้ทั้งนั้น”
(จาก...ตามทางพุทธกิจ หน้า 97)
 
 อาตมามาปฏิบัติธรรมที่อินเดียในครั้งนี้
ต้องขอบคุณอ.นพดลเป็นอย่างยิ่ง เพราะการมาครั้งนี้ตั้งในมาปฏิบัติธรรมจริงๆ
บางครั้งแอบไปนั่งสมาธิคนเดียวบ้าง และตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกว่าจะไม่ให้เป็นภาระ
กับคนอื่นๆ
ขอขอบคุณอีกครั้งครับ
 มือกล้องซ้ายสุดคือมหาทองอยู่
คนที่สองคือร.อ. ธิติวัฒน์  วิวัฒน์จงวรกุล
คนต่อมาสงสัยว่าจะเป็นพระสิงโต เกาะสูงเนิน
คนที่สี่คือพระอธิการไพโรจน์ พาเลิศชัยวงศ์
 
 "มหาปรินิพพานวิหาร" ตั้งอยู่ด้านหน้าในฐานเดียวกันกับสถูปปรินิพพาน ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางเสด็จดับขันธปรินิพพาน (คือพระพุทธรูปนอนบรรทมตะแคงเบื้องขวา) ศิลปะมถุรา มีอายุกว่า 1,500 ปี ในจารึกระบุผู้สร้างคือ หริพละสวามี โดยนายช่างชื่อ ทินะ ชาวเมืองมถุรา ในปัจจุบันพระพุทธรูปองค์นี้ถือได้ว่าเป็นจุดหมายสำคัญที่ชาวพุทธจะมา สักการะ เพราะเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะอันพิเศษคือเหมือนคนนอนหลับธรรมดา แสดงให้เห็นว่าพระพุทธองค์ได้เสด็จดับขันธปรินิพพานจากไปอย่างผู้หมดกังวลใน โลกทั้งปวง
 กุสินารามหานคร
เมือง.....ตรัสสอนสังเวชนีฯ ๔ สถาน                           เมือง.....เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน
เมือง.....ประทานปัจฉิมวาจา                                  เมือง.....สุทัศนะมหาจักรพรรด
เมือง.....จอมปราชญ์โทณพราหมณ์งามภาษา            เมือง.....สตรีใจเพชรมัลลิกา
เมือง.....เสนาบดีศรีนาคร                                       เมือง.....ทรงโปรดปัจฉิมสาวก
เมือง.....มรดกพินัยกรรมคำสั่งสอน                          เมือง.....สิ้นสุดพุทธกิจพระบิดร
เมือง.....อนุสรณ์มกุฏพันธนเจดีย์                             เมือง.....เถระทัพพมัลลบุตร
เมือง.....เทพมนุษย์พร้อมภักดิ์ด้วยศักดิ์ศรี                 เมือง.....ซาบซึ้งน้ำพระทัยพระภูมี
เมือง.....ปฐพีร่ำไห้อาลัยศาสดา ฯ


 

 

 

 
 
 
 
 

 

 
 
 
 
 

 

 
 
 
 
 

 

 
 
 
 
 

 

 
 
 
 
 

 

 
 
 
 
 

 

 พระสมภพ รางแรม
 
 ถ่ายตั้งสี่ห้าคน แต่เห็นหน้าอยู่คนเดียว
คือน.ส.กรลิตา ชูอัชฌา
 ขวามือสุดคือโยมกุ้ง (นางอุษณีย์ ศรีสุวรรณ)
ส่วนมือกล้องที่เห็นไกลๆคือพระครูบรรพตธรรมคุณ
สมชื่อเพราะบรรพต แปลว่าเขา คืออยู่บนเขา ด่านซ้าย นาแห้ว จังหวัดเลย
 

 

 
 
 
 
 

 

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 
 
 
 
 

สาเหตุที่มาคงคา
มา...บูชาพระบรมสารีริกธาตุ   มา...ดูการประกาศศาสนา
มา...ดูคนอาบสรงในคงคา               มา...ดูการน้อมวันทาดวงอาทิตย์
มา...ดูพิธีกรรมการเผาศพ            มา...ดูการเคารพน้ำศักดิ์สิทธิ์
มา...ดูการปลงสัจจะแห่งชีวิต               มา...เพ่งพินิจสองฟากฝั่งอย่างเห็นธรรม

 

 

 

 

 

 
 
 
 

มิน่าเล่า...ชาวอินเดียพันกว่าล้าน  จึงเชื่อมั่นว่าพระแม่คงคา

คือบันไดไปสู่สวรรค์ ล้างบาปอาบดื่ม

บูชากราบไหว้ได้อย่างสนิทใจ

บางคณะมาจากแดนไกล

ลำบากพากเพียรมา

ขอให้ได้สัมผัสครั้งหนึ่งก็ซึ้งใจ

แม้ชีวาวายก็ไม่หวั่น  นั่นคือศรัทธา

เพียงครั้งหนึ่งในชีวิต

สมคิดสมมาตรปรารถนา

ได้ลงอาบ – ดื่มในคงคา

แม้วายชีวาข้าฯก็ยอม ฯ.

 สังเกตุดูให้ดี
ทุกคนหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส
บ่งบอกถึงความแฮปปี้ สงสัยว่าคราวหน้าจะมาอีก
 

 

 

 คนหน้าหล่อๆ และขยันคือด.ช.เวสารัชช์ วงศ์นิรันดร์
โหงวเฮ้งซาซัวดี เก็บเงินอยู่
 ยืนใส่หมวกไหมพรหมคือ
พระตะวัน สิงห์สาวแห นามสกุลแปลกๆ
คนต่อมาเป็นคนอินเดีย ขยัน ทำงานเก่ง
 ใครไปปฏิบัติธรรมที่อินเดีย
กลับมาแล้วไม่รู้สึกอะไร มีแต่ความรู้สึกว่าเหนื่อย
ก็ไม่ต้องไปอีกแล้ว
 แต่ถ้าใครไปอินเดียกลับมาแล้วรู้สึกว่าอิ่มใจ มีปีติ คิดถึงอินเดีย
อยากจะไปอีก ก่อนนอนให้ทำสมาธิ
ค่อยๆย่อยสิ่งที่เราได้มาจากการไปปฏิบัติธรรมที่อินเดียจะค่อยๆเพิ่มขึ้นมาเอง
ไม่ต้องเร่ง
แต่ละคนได้มาไม่เหมือนกัน
 โยมและพระที่มีความรู้สึกอย่างนี้
จะได้มาปฏิบัติธรรมที่อินเดียอีกอย่างแน่นอน

 

 เพราะอาตมาเคยไปอย่างนี้มาแล้ว
ตอนอยู่กุสินาราไม่กล้าเงยหน้ามองใคร
ได้แต่ก้มหน้าร้องไห้อยู่คนเดียว

 คนหน้าคือแม่ชี ชิตานันตา
เป็นคนญี่ปุ่น
 นี่คือนิลกาย ตัวเหมือนม้า หน้าเหมือนกวาง หางเหมือนแพะ
 
 อาจารย์นพดล สิริวัฑฒโน เจ้าอาวาส 
วัดพระพุทธบาทตะเมาะ
http://www.wattamor.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538875326
 
 

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 
 
 
 
 
 
 
 

เมืองสาวัตถี  มหานครแห่งคนดี
เมือง.....เศรษฐีลือนาม                              เมือง.....หญิงงามลือชื่อ
เมือง.....เลื่องลือโพธิ์อานนท์                      เมือง.....เดียรถีเสียท่า
เมือง.....๒๕ จำกาลฝน                             เมือง.....ปราบโหราจารย์พาลชน
เมือง.....แสดงมงคล ๓๘ ประการ                เมือง.....กฐินถูกยอยก
เมือง.....แสดงยมกปาฏิหาริย์                     เมือง.....จอมโจรองคุลีมาร
เมือง.....ตำนานพระสีวลี                            เมือง.....ธรณีสูบคนบาป
เมือง.....กำราบคนหมองศรี                                    เมือง.....มากหมู่พระกุฎี
เมือง.....สร้างบารมี ศีล ทาน ภาวนา ฯ

 
             

ความสำคัญของสารนาถคือ เมืองปฐม
ปฐมเทศนาอริยสัจ                              ปฐมอุบัติพระอริยะสงฆ์
ปฐมพรรษาพระพุทธองค์                    ปฐมวงศ์เหล่ากออุบาสิกา
ปฐมวงศ์เหล่ากออุบาสก                     ปฐมศกเผยแพร่พุทธศาสนา
ปฐมความงามแห่งปฏิมา                    ปฐมพาราพุทธสัญจร

 

 

 
 

คำอธิษฐานที่สารนาถ
๑.ให้ได้ดวงตาเห็นธรรมเหมือนพระโกณฑัญญะ
๒.ให้สุขภาพแข็งแรง พลานามัยสมบูรณ์ อายุยืนเหมือนพระพากุละ
๓.ไปไกล้ไกลให้ปลอดภัยเหมือนพญากวางทอง
๔.ให้ศรัทธาตั้งมั่นเหมือนบิดาพระยสะ หรือ
๕.ให้ได้บริวารเป็นมิตร ปิดศัตรู ได้ความไม่วุ่นวายไม่ขัดข้อง ได้ดวงตาเห็นธรรมล้ำเลิศ

 
 คำขวัญเมืองพาราณสี
เมืองเรืองนามความเก่าแก่
                                เมืองแม่น้ำคงคาธาราสินธุ์
เมืองเคี้ยวหมากปากแดงแข่งกันกิน                   เมืองผ้าซิ่นแพรไหม (ส่าหรี)
เมืองแม่ม่ายทูนหัวผัวตามปะ                            เมืองมรณะปละปล่อยที่ที่ลอย
เมืองหมุนล้อจักรหลักพระธรรม                          เมืองเลิศล้ำสรรพวิชามหาลัย
เมืองมหาเทพเสพองค์พระศิวะ                          เมืองมฤคทายวันไพรสณฑ์ใหญ่
เมืองมนต์ขลังติดตรึงจนฝังใจ
 
 
 
 
 
 

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

  

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 พระพุทธรูปปางปฐมเทศนา
สวยที่สุดในโลก
อยู่ในพิพิธภัณฑ์สถาน

มัชฌิมาปฏิปทา
หมายถึงทางสายกลาง
ปฐมเทศนากัณฑ์แรกในพระพุทธศาสนา
แสดงกับปัญจวัคคีที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แควงเมืองพาราณสี

 
 
 
 
 

 

 
 
 
 ทำไมเราต้องไปถึงเนปาล
เพราะเป็นสถานที่อุบัติของพระศาสดาเอกของโลก
.....เราได้กราบของพระบรมศาสดาจารย์ ปัญญาล้ำค้ำโลกทำให้พ้นโศรกตรม
.....เราได้กราบที่เกิดของลูกผู้ประเสริฐ  เกิดมาไม่เคยทำให้แม่เสียใจ และเสียน้ำตา
.....เราได้กราบที่เกิดแห่งบิดา  ผู้ให้อริยทรัพย์แก่ลูกได้
.....เราได้กราบที่เกิดของพี่ผู้มีน้ำใจพาน้องทั้งหลายข้ามวัฎสงสาร
.....เราได้กราบที่เกิดของสามีที่นำศรีภรรยาถึงฝั่งพระนิพพาน
กราบให้สมกับความลำบากตรากตรำ  ข้ามน้ำ ข้ามทะเล มาแสนไกล
กราบให้เต็มอิ่มทุกห้วงดวงหทัย นำบุญใหญ่ไปฝากพ่อแม่  ลูกหลาน  และว่านวงศ์


 

ราชอาณาจักรเนปาล
เมือง.....พุทธอุทยานลุมพินี                       เมือง.....มายาเทวีวิหาร
เมือง.....พระมหาบุรุษประสูติกาล                เมือง.....ปาฏิหาริย์ ๗ ก้าวบาทเดินจร
เมือง.....เปล่งอาสภิวาจา                           เมือง.....เสาศิลาอโศกอนุสรณ์
เมือง.....เสด็จนิวัติพระนคร                         เมือง.....เวสสันดรบำเพ็ญบารมีทาน
เมือง.....เย็นกาย-ใจใต้ร่มโพธิ์ศรี                 เมือง.....โบกขรณีสุขเกษมศานต์
เมือง.....มรดกโลกจักรวาล                        เมือง.....ภาพโบราณล้ำค่าบุรินทร์
เมือง.....ราชกุมารีบารมีล้ำ                         เมือง.....หัตถกรรมงามศาสตร์-ศิลป์
เมือง.....
EVEREST สุดยอดศิขรินทร์             เมือง.....น้อมจินต์กราบที่ประสูตรพระพุทธองค์

 

 
 
 
 
 

 

 

 
 
 
 
 

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 
 
 
 
 

สถูปพระสารีบุตร
ที่มหาวิทยาลัยนาลันทา

 

 สิ่งที่ทำให้คนไทยที่มาอินเดียหงุดหงิดมี 2 อย่างคือ
1.ห้ามแจกเงินขอทาน
2.ห้ามปิดทอง
เมื่อก่อนเข้าถึงองค์พระ
อาตมานำผ้าไตรถวายวางไว้ที่พระหัตถ์
เป็นการถวายตัวต่อพระพุทธศาสนา
ขอทำงานรับใช้ต่อพระพุทธศาสนา ต่อพระรัตนตรัยตราบจนตลอดชีวิต
แต่มาบัดนี้เข้าถึงยากซะแล้ว
เพราะมีรั้วแสตนเลสกั้นเอาไว้ ต้องเขย่งเท้าขึ้นไป
หรือให้แขกเอาของมารองขาจึงจะได้
อาตมาไปร่วมสาธยายพระไตรปิฏกนานาชาติ
ที่พุทธคยาช่วงต้นเดือนธันวาคมของทุกปี
ใครไปช่วงนี้เจอกันแน่นอน

 

 
 
 
 
 

 

 
 
 
 
 

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

 
 พระอาจารย์นพดล สิริวัฑฒโน เจ้าอาวาส 
วัดพระพุทธบาทตะเมาะ
http://www.wattamor.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538875326
 
 
อาจารย์นพดล สิริวัฑฒโน เจ้าอาวาส 
วัดพระพุทธบาทตะเมาะ
http://www.wattamor.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538875326


สาเหตุที่มีคนไปปฏิบัติธรรมร่วมกับอาจารย์นพดลเป็นจำนวนมาก
ก็เพราะว่าอาจารย์นพดลพาไปปฏิบัติธรรมจริงๆ
ไปทุกๆที่ที่สามาระจะไปได้
 ไปกับอ.นพดลต้องทำใจ เหนื่อยแน่นอน
เก็บหมดทุกที่ไม่มีเหลือ
ขนาดสถูปเกสรียา อาตมาไปมาสามครั้งแล้ว
ได้แต่นั่งอยู่แต่ในรถยกมือไหว้เฉยไม่เคยได้เข้าไปกราบสักครั้ง
แต่ครั้งนี้ขนาดมืดแล้วมองไม่เห็นอะไไรยังเข้าไปกราบถึงที่
ไปเดินรอบเจดีย์มาแล้วแฮปปี้จริงๆ

 

 บนยอดเขาคิชเฌอกูฎ
ถ้าใครไปอินเดียแล้วผิดหวัง
ก็ลองไปกับอ.นพดลได้เลยแต่ขอบอกเอาไว้ก่อนนะว่าเหนื่อยแน่ แต่แฮปปี้

พระอาจารย์นพดล สิริวัฑฒโน เจ้าอาวาส 
วัดพระพุทธบาทตะเมาะ
http://www.wattamor.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538875
 ริมฝั่งคงคา
เมืองพาราณสี
 
 
 

 

 
 
 
 

ธัมเมกขสถูป คือสถานที่แสดงธรรมที่นำให้ถึงความหลุดพ้น เป็นสถูปโบราณทรงบาตรคว่ำก่อด้วยหินทราย สถูปสร้างอุทิศแด่ผู้เห็นธรรม ยอดทรงกรวย สูง 80 ฟุต โดยรอบ 120 ฟุต สร้างในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ณ ที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาโปรดพระปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 คือ โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหามานะและอัสชิ เนื้อหาธรรม ว่าด้วยทางสายกลางอันเป็นแนวทางใหม่ในการปฏิบัติเพื่อการดับทุกข์และเข้าถึงนิพพานอันเป็นปลายทางแห่งพุทธศาสนา โดยรอบสถูปมี 8 ช่อง มีพระพุทธรูปทองคำประดิษฐานครบ ผู้แสวงบุญจะเดิน ประทักษิณาวัตร สวดมนตร์ ไหว้พระ เป็นที่ที่โกณฑัญญพราหมณ์ได้ดวงตาเห็นธรรมและอุปสมบทเป็นภิกษุองค์แรกในพุทธศาสนา ยังเป็นที่ที่ส่งพระธรรมทูตชุดแรก จำนวน 60 รูป ไปประกาศพระธรรมเป็นครั้งแรก

 
 
 
 ห้องน้ำ 960
ก่อนที่จะข้ามไปประเทศเนปาล
 
 

 

 
 
 
 
 
 หน้าถ้ำดงคะสิริ
สถานที่พระโพธิสัตว์ทรงทรมารสังขารหกปี
 
 
 
 

 

 
 
  • ยสเจดีย์ เป็นสถานที่แห่งความไม่ขัดข้อง ไม่มีความวุ่นวาย เป็นเจดีย์ขนาดเล็ก อาคารสี่เหลี่ยมมุงไว้อย่างดี เชื่อกันว่าพระพุทธองค์ทรงแสดงอิทธาภินิหาร โปรดพระยสกุลบุตร ผู้เป็นบุตรเศรษฐีแห่งเมืองพาราณสี ด้วยอนุปุพพิกถา ในข้อธรรมที่แสดงทาน ศีล สวรรค์ เนขัมมะ กามทีนพ พระยสมานพได้ดวงตาเห็นธรรมและนำให้บิดาได้เป็นปฐมอุบาสก มารดาและภรรยาได้เป็นปฐมอุบาสิกา มีพระพุทธวจนะที่ว่า ที่นี่ไม่วุ่นวาย ที่นี่ไม่ขัดข้อง มาเถิดยสะ นั่งลง เราจักแสดงธรรมแก่เธอเมื่อเราเดินทางมาถึงจุดนี้ก็ควรนั่งลงฟังธรรม สักการบูชา อธิษฐานให้ชีวิตปราศจากความวุ่นวาย มีหน้าที่การงานรุ่งเรืองไม่ขัดข้อง
 
 

 

 
 
 

 จำได้ว่าชื่อตุ๊ไก่
เป็นพระเมืองลำพูน เป็นพระที่อัธยาศัย
ดี มีน้ำใจ

 
 ส่วนคนอื่นส่วนมากจะจำชื่อไม่ได้ต้องขออภัยไว้ณที่นี้ด้วย
เพราะกระเป๋าที่ใส่หนังสือพร้อมกับเบาะรองนั่งหายไปตั้งแต่วันแรกๆที่เปลี่ยนรถ
 
 960
 
 

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

 ความในใจ

อาตมาเดินทางไปปฏิบัติธรรมที่ประเทศอินเดีย
รวมทั้งหมด 14 ครั้ง

บางทีไปกับคณะทัวร์
บางครั้งไปกันเองกับเพื่อน

ขอบอกตรงๆว่าไปปฏิบัติธรรมครั้งนี้
เหนื่อยที่สุด

แต่
มีความสุขที่สุด

หวังว่าครั้งหน้ามีโอกาสได้พบกันอีก
ขอขอบคุณและขอบใจกัลยาณมิตรทุกท่าน.

 

 




โครงการบำเพ็ญบุญต่างๆ

คิดดี พูดดี ทำดี คบคนดี ไปสู่สถานที่ดี
เทียนเต็ก ซินแส ไปสวนโมกขพลาราม
เทียนเต็ก ซินแส ปฎิบัติธรรมที่พระมหาเจดีย์พุทธคยาบนชั้นสอง
เทียนเต็ก ซินแส ปฎิบัติธรรมแดนพุทธภูมิครั้งที่ 13 "ถ้ำอชันต้า เอลโลร่า"
เทียนเต็ก ซินแส ส่งแม่สู่สรวงสวรรค์
เทียนเต็ก ซินแส ปฎิบัติธรรมแดนพุทธภูมิครั้งที่ 11
เทียนเต็ก ซินแส ปฎิบัติธรรมแดนพุทธภูมิครั้งที่ 11 ตอน 2
เทียนเต็ก ซินแส อบรมพระวิปัสสนาจารย์ ที่เขาใหญ่ 45วัน
ดาวโหลด หนังสือธุดงค์อินเดียฟรี.
เทียนเต็ก ซินแส ปฏิบัติธรรมประเทศพม่าครั้งที่ 2
เทียนเต็ก ซินแส อบรมพระวิปัสสนาจารย์ ที่เขาใหญ่ 45วัน ครั้งที่ 2 ปี2558
เทียนเต็ก ซินแส อบรมพระวิปัสนาจารย์ที่เขาใหญ่ ครั้งที่ 3.
เทียนเต็ก ซินแส ถวายผ้าไตร "องค์พุทธเมตตา" 1ธ.ค.52 (คริก) article
เทียนเต็ก ซินแส เศร้าใจต้นโพธิ์พุทธคยาหักโค่น
เทียนเต็ก ซินแส ปฎิบัติธรรมพุทธคยา และร่วมสาธยายพระไตรปิฏกครั้งที่ 10
เทียนเต็ก ซินแส ปฏิบัติธรรม ภูฏาน วันที่ 22 -26 สิงหาคม 2557
เทียนเต็ก ซินแส ร่วมสาธยายพระไตรปิฎกนานาชาติครั้งที่ 10
เทียนเต็ก ซินแส ปฏิบัติธรรม ภูฏาน วันที่ 22 -26 สิงหาคม 2557 ภูฏาน 2
เทียนเต็ก ซินแส ปฎิบัติธรรมแดนพุทธภูมิครั้งที่ 9 วันที่ 27ม.ค.-7ก.พ.2557
เทียนเต็ก ซินแส หลั่งน้ำตาที่กุสินารา สถานที่ปรินิพพาน 20-27พ.ย.53
เทียนเต็ก ซินแส ร่วมสาธยายพระไตรปิฎกนานาชาติ ครั้งที่ 9 วันที่2-12ธ.ค.56
เทียนเต็ก ซินแสฉลองพุทธชยันตี2601ปี ปฏิบัติธรรม พุทธคยา ครั้งที่ 8 วันที่30พ.ย.-8ธ.ค.56
ขอเชิญร่วมปฏิบัติธรรมแดนพุทธภูมิ เป็นพุทธบูชา (คริกดูรายละเอียด)
เทียนเต็ก ซินแส เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ที่เขาคิชฌกูฏ 2ธ.ค.52 (คริก)
เทียนเต็ก ซินแส และคณะอัญเชิญน้ำมนต์ ผลธูป และมวลสารศักดิ์สิทธิ์จากประเทศจีน article
เทียนเต็ก ซินแส สู่แม่น้ำคงคา เมืองพาราณะสี 4ธ.ค.52
เทียนเต็ก ซินแส ฉลองพุทธชยันตี2600ปี ปฏิบัติธรรมแดนพุทธภูมิครั้งที่ 7 เพื่อเป็นพุทธบูชา 25พ.ย.-4ธ.ค.55
เทียนเต็ก ซินแส เยี่ยมชมมหาวิทยาลัยนาลันทา article
เทียนเต็ก ซินแส แจกพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา article
เทียนเต็ก ซินแสไปพุทธคยา ถวายผ้าไตร "พุทธเมตตา" 20-27พ.ย.53
พิธีเททองหล่อ พระราหู
เทียนเต็ก ซินแส ขอเชิญร่วมต่อเศียรองค์พระประธาน
เทียนเต็ก ซินแส (ลุมพินี สถานที่ประสูตร) 5ธ.ค.52
เทียนเต็ก ซินแสไปลุมพินีวัน สถานที่ประสูตรพระพุทธเจ้า 20-27 พ.ย. 53
เทียนเต็ก ซินแสไปปฏิบัติธรรม พม่า
เทียนเต็ก ซินแส เชตวันมหาวิหาร บ้านอนาถะบิณทิกะเศรษฐี article
นิลกาย สัตว์ป่าหิมพานต์ เชิงเขาหิมาลัย เนปาล
เทียนเต็ก ซินแส กราบบาทพระศาสดา กุสินารา 7ธ.ค.52
เทียนเต็ก ซินแส เยี่ยมวิหารท่านธรรมะปาละ 3ธ.ค.52
เทียนเต็ก ซินแส (รอยพระพุทธบาท) article
เทียนเต็ก ซินแส ปฏิบัติธรรมเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน
เทียนเต็ก ซินแส ปฏิบัติธรรมแดนพุทธภูมิครั้งที่.5 วันที่ 29 มกราคม - 6 กุมภาพันธ์ 2555
สมโภชวิหารเจ้าแม่กวนอิม 3 ปาง วัดแดงประชาราษฎร์
สารนาถ สถานที่ทรงแสดงปฐมเทศนา 20-27 พ.ย. 53
เทียนเต็ก ซินแส ปฏิบัติธรรมแดนพุทธภูมิ เฉลิมพระเกียรติ article
เทียนเต็ก ซินแส แสวงบุญ อินเดีย- เนปาล สังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่ง 20-27 พ.ย. 53
เทียนเต็ก ซินแส ปฏิบัติธรรมแดนพุทธภูมิครั้งที่.6 เพื่อเป็นพุทธบูชา 20-27 มี.ค.55
สมโภชศาลาพระพุทธเจ้า ปางบำเพ็ญทุกรกิริยา วัดแดงประชาราษฏร์
เทียนเต็ก ซินแส ตามรอยพระศาสดา วันที่ 20-27 พ.ย. 53
เทียนเต็ก ซินแส แสวงบุญ อินเดีย-เนปาล มหาวิทยาลัยนาลันทาภาค 2 (คริก)
งานสมโภชน์ฉลองพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ รอบอุโบสถ วัดแดงประชาราษฏร์
ทอดกฐินสามัคคี วัดแดงประชาราษฏร์



dot
www.henghengheng.com
dot
dot
Web Link
dot
bullettiantekpro.com
bullettiantek.net
bullettiantek.com
bullethorawej.com
dot
Llink
dot
bullethotmail.com
bulletyahoo.com
bulletgmail.com
bulletgoogle.co.th
bulletเดลินิวส์
bulletไทยรัฐ
bulletข่าวสด
bulletบ้านเมือง
bulletมติชน
bulletคมชัดลึก
bulletกรุงเทพธุรกิจ
bulletผู้จัดการ
dot
Newsletter

dot
bulletแลก ลิ้ง ได้ที่นี่



นิคยสารโหราเวสม์ & เวปเพื่อการพยากรณ์




อ.รุ่งนภา พยากรณ์
(แม้นเมือง
)

พิมพ์ปารีณา
รับพยากรณ์
จัดฮวงจุ้ยและรับสอน

ติดต่อได้ที่
โทร.
085-3253709

http://
pimandfriends.
blogspot.com/



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
Best View 1024 x 768 pixels.............
พระอาจารย์ธงชัย ธมฺมกาโม (เทียนเต็กซินแซ).....e-mail address tiantek@hotmail.com และ tiantek@henghengheng.com
วัดแดงประชาราษฎร์ ถ. บางกรวยไทรน้อย ต. บางสีทอง อ. บางกรวย จ.นนทบุรี รหัส 11130
โทร 0-2447-3593, 0-1936-6908

javascript hit counter

View My Stats


รวมสุดยอกของเฮง รับพยากรณ์ดวงชะตาและสอนเลข 7 ตัว 9 ฐานประยุกต์ ต้องการมีเวปไซด์ของตัวเอง คลิกที่นนี่ Enter to M T h
A ! 100HOT Sites and Vote for this Site!!! www.horawej.com เวปนิตยสาร โหราเวสม์  เพื่อการศึกษาค้นคว้า โหราศาสตร์ และศาสตร์ต่าง ๆ รวมทั้งโปรแกรมผูกดวงต่าง ๆ มากมาย ทางเรายินดี เป็นศูนย์กลางของการเผยแพร่ ความรู้ทางศาสตร์ แห่งโหรศาสตร์ และอื่น ๆ ที่ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ผู้ใดหากท่านใดต้องการรับการพยากรณ์เชิญในห้องกระทู้ มีอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิคอย ตอนรับท่าน อยู่หลายท่าน เรียนเชิญครับ ด้วยความเคารพอย่างสูง webmaster horawej@horawej.com web 10 luckastro.com เป็นเว็ปเพื่อการศึกษาโหราศาสตร์ 10 ลัคนา และโหราศาสตร์สาขาอื่น ๆ ทุกสาขาวิชา เว็ป 10 luckastro.com เป็นศูนย์รวมของนักพยากรณ์ทุกระดับทุกสาขาวิชา เป็นจุดนัดพบและสื่อสารในระหว่างนักศึกษาโหราศาสตร์ด้วยกัน และในระดับครูบาอาจารย์ เว็ป 10 luckastro.com ยินดีในการให้บริการตอบปัญหาทั้งปัญหาชิวิตและปัญหาทางโหราศาสตร์ www.tiantek.com เวปเพื่อการศึกษาค้นคว้า โหราศาสตร์จีน และ เลือกหัวข้อที่ต้องการดู (ดูได้ทุกเรื่องโดยไม่จำกัด) บอกวันเดือนปีเกิดและเวลาตกฟากตามหลักสากล และบอกเหตุการณ์ที่ผ่านมา...เช่นแต่งงาน...มีบุตร ทำงานหรือทำธุรกิจ.เมื่อปีพ.ศ....และข้อสุดท้ายช่วยแจ้งด้วยว่าขณะนี้กำลังทำอะไรอยู่ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของดวง ข้อมูลยิ่งมากการทำนายยิ่งแม่น ถ้าภายใน 24 ชั่วโมง(หนึ่งวัน)ยังไม่ได้รับคำทำนาย อาตมาอนุญาติให้โทรเข้ามาถามดวงสดสดได้ 
เวปไซด์ของอาตมา เป็นเวป เพื่อการศึกษาและเผยแผ่ธรรมะ และถ้าโยมช่วยบอกต่อให้ผู้อื่นได้ทราบมากเท่าใดยิ่งได้บุญมากเท่านั้น 
www.maleeseacon.com เวปเพื่อการสะสมพระเครื่อง บูชาเครื่องของขลัง ณ ห้างสรรพสินค้า ซีคอนสแควร์ ชั้น 3 โซนโลตัส ถนนศรีนครินทร์ เขตประเวศ กทม 10250 Wireless Home Automation 
ท่านไม่ต้องเป็นวิศวกรหรือมีความรู้ทางด้านอิเลคโทรนิคส์ และไม่ต้องเดินสายไฟฟ้าเพิ่มเติม ท่านก็สามารถออกแบบและติดตั้งระบบบ้านอัจฉริยะได้อย่างสะดวกง่ายดายด้วยตัวท่านเอง  
ชุมนุมผู้เป็นปฏิปักษ์กับหัว ขโมย มหาหมอดู PostJung.com เวบเพลง Online เพลง Update Intrend, หาเพื่อน MSN, Diary, Webboad โพสท์รูปซะใจ, PhotoAlbum ฯลฯ...Click เลย ชุมชนคนช่างฝัน สุดยอดแห่งสาระ และ ความบันเทิง ศูนย์รวม CODE ทุกอย่าง โรจน์ จินตมาศ   จุ๊กกรู! ดอท คอม ..มุมสงบ ผ่อนคลาย ครื้นเครง ป็นกันเอง..ดูดวงฟรี หวย ฟังเพลง เกมส์ หาเพื่อน หากิ๊ก ข่าว ดูดวง  Give information about Thai orchids ตลาดนัดรถรถบ้านที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ Image Hosted by ImageShack.us ซื้อขายออนไลน์ 24 ชั่วโมง